คําสั่งของ กกต.ห้ามนำภาพของบุคคลบางคนพิมพ์ผ่านโปสเตอร์เลือกตั้งไม่ว่าของพรรค ไม่ว่าของผู้สมัครได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญขึ้นมา
เมื่อมีการระบุชื่อบุคคล 2 คน รวมอยู่ด้วย
นั่นก็คือชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นั่นก็คือชื่อของ น.ส.
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 1 ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
แม้ในการยกตัวอย่างจะมีชื่อ นายชวน หลีกภัย แห่งพรรคประชาธิปัตย์
แต่ความสนใจและการให้ความสำคัญกลับรวมศูนย์ไปยังภาพและชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเป็นด้านหลัก
เหมือนกับเป็นการตัดโอกาสพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ
แต่ในอีกด้าน การสูญเสียโอกาสของพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ คือ การดำรงอยู่อย่างทรงความหมาย
ไม่ว่าจะเป็น นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ไม่ว่าคำสั่งนี้จะมีเหตุผลรองรับอย่างไร แต่ในความเป็นจริง คือ การยอมรับว่า ไม่ว่า นายทักษิณ ชินวัตร
ไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงอยู่ในลมหายใจของการเมืองมาโดยตลอด
นับแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เป็นต้น
ยิ่งเมื่อเข้าสู่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ยิ่งทำให้ภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปดำรงอยู่คู่กับภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร
กลายเป็น 2 แรง แข็งขัน
การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามความเคยชินของการเมืองที่อยู่ในกระบวนการของการเลือกตั้งตามปกติภายหลังการยุบสภามักจะเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 กลุ่มทางการเมือง
1 คือ พรรคที่เป็นรัฐบาล 1 คือ พรรคที่ต้องการเป็นรัฐบาล
กระนั้น การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มิได้เป็นการเมืองตามปกติ หากแต่เป็นการเมืองที่มีพื้นฐานมาจากรัฐประหาร และคณะรัฐประหารต้องการสืบทอดอำนาจ
กลุ่มทางการเมืองจึงแปลก แตกต่างออกไปบ้าง
กระนั้น ความแปลก แตกต่างในทางการเมืองก็สามารถแยกจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มไปโดยปริยาย นั่นก็คือ 1 กลุ่มต้องการให้คณะรัฐประหารสืบทอดอำนาจ
นั่นก็คือ 1 กลุ่มที่ต้องการเข้าไปแทนที่คณะรัฐประหาร
แม้จะมีบางพรรคการเมืองยังเล่นบท “กั๊ก” คือ ยังไม่แสดงความแจ่มชัดว่าจะเข้าไปอยู่กับฝ่ายใดระหว่างกลุ่มที่ครองอำนาจ กับ กลุ่มอื่นที่อยู่นอกอำนาจ
แต่ในที่สุดแล้วสถานการณ์จะกำหนดให้จำเป็นต้อง “เลือก”
เหตุที่ต้องเลือกก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ว่าจะผลักดันและทำให้บทบาทของฝ่ายตรงกันข้ามกับคณะรัฐประหาร แข็งแกร่ง ขึ้นมากน้อยเพียงใด
โดยที่ความแข็งแกร่งมาจาก 2 ส่วนสำคัญ
1 คือมาจากความอ่อนแอของคณะรัฐประหาร 1 มาจากการได้รับความนิยมของฝ่ายต่อต้านคณะรัฐประหาร
การที่ กกต.มีคำสั่งมิให้ใช้ภาพและนามของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเท่ากับเป็นสัญญาณและแนวโน้มสำคัญทางการเมือง
เท่ากับชี้ถึงสถานะของบุคคลทั้ง 2
เท่ากับชี้ว่าทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถก่อความสั่นสะเทือนให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้
ปัจจัยนี้เองจะทำให้การต่อสู้ 2 กลุ่ม 2 ฝ่ายมีความแจ่มชัด

