ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศอันเกิดขึ้นแล้วที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ และไม่ ว่าจะเป็นบรรยากาศที่กำลังจะปรากฏในอิมแพค เมืองทองอารีนาในตอนค่ำ
เด่นชัดว่าเป็นบรรยากาศแห่งฮึกเหิม หาญกล้า
ไม่เพียงเพราะว่าที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์สามารถระดมเงินทุนจากการเลี้ยงโต๊ะจีน 240 ล้านบาท หากแต่มั่นใจว่าเป้าหมายระดมทุน 600 ล้านบาทจากโต๊ะจีนอิมแพคเมืองทองจะทะลุ
รวมแล้ว พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรครวมพลังประชาชาติ ไทย มีเงินทุนโดยพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 840 ล้านบาท
จึงมีคำประกาศจากบางคนในพรรครวมพลังประชารัฐ สำแดงความมั่นใจในชัยชนะ และเตือนนิ่มๆฝ่ายที่พ่ายแพ้ว่า
“ไม่ควร ตีรวน ตั้งม็อบ”
ความสามารถในการระดมทุน 600 กว่าล้านบาทของพรรคพลังประชารัฐ ความสามารถในการระดมทุน 240 กว่าล้านบาทของ พรรครวมพลังประชาชาติไทย
เป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้
เข้าใจเหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์สามารถระดมทุนได้มากกว่า 400 ล้านบาทก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
เพราะว่าองค์ประกอบของพรรคพลังประชารัฐ คือ พรรครัฐบาล
ขณะที่ภายในองค์ประกอบของพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็มีความสัมพันธ์กับการได้มาซึ่งอำนาจของพรรคพลังประชา รัฐอย่างแนบแน่น
อย่างน้อยหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม
อย่างน้อยเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นอลังการงานสร้างจาก”พลังประชารัฐ”
ถามว่าผลจากการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคประชาธิ ปัตย์ก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ดำเนินไปอย่างไร
คำตอบ คือ พ่ายแพ้
ไม่เพียงแต่เท่านั้นแม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยอันเป็นพันธมิตร แนบแน่นอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ก็ประสบกับความพ่ายแพ้
พ่ายแพ้จากสถานการณ์”รับเงินหมา กาพรรคอื่น”

