วันที่ 19 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จากทั้งหมด 4 เขต ของ จ.นครพนม เริ่มเข้มข้น เนื่องจากเป็นเขตเลือกตั้งที่มีการแข่งขันระหว่างพรรคแชมป์เก่า คือ พรรคเพื่อไทย โดยในครั้งนี้ มีการส่ง ดร.ไพจิต ศรวรขาน อดีต ส.ส.แชมป์เก่า 10 สมัย และยังเป็นแกนนำ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีคะแนนนิยมท่วมท้นมาตลอด ส่วนอีกพรรคที่จะมีลุ้นในการล้มแชมป์ คือ พลังประชารัฐ ในครั้งนี้ ได้เปิดตัว นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ ฉายาหมอขวัญใจคนยาก อดีต ส.ส.นคพนม สังกัดพรรค เพื่อแผ่นดิน เขต 2 นครพนม เมื่อปี 2549 หลังจากลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอปลาปาก ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง พอสมัยที่สอง ได้ลงสังกัด พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เมื่อปี 2554 แต่สอบตก แต่ยังเดินหน้า ลงพื้นที่เก็บคะแนนนิยม กับชาวบ้าน มาต่อเนื่อง
มาครั้งนี้ นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ ได้เปิดตัวเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เขตเลือกตั้งที่ 3 นครพนม โดยเริ่มลงพื้นที่เชิงรุกเดินสายพบปะชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ แบบรายวัน เพื่อชูนโยบายพรรคเรียกคะแนนนิยมกับชาวบ้านในพื้นที่ให้มากที่สุด ถือเป็นอีกเขตเลือกตั้งสำคัญที่จะเป็นการวัดคะแนนนิยมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐที่มาจากการจัดตั้งของฝ่ายรัฐบาล และจะเป็นการชี้อนาคต รวมถึงวัดกระแสความนิยมของกระแสพรรคเพื่อไทยว่า จะยังคงรักษาฐานที่มั่นที่เคยมีคะแนนนิยมท่วมท้นมาทุกสมัยได้หรือไม่
นายแพทย์อลงกต กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ หลังมีการพักการเมืองมานานนับ ปี หลังมีการปลดล็อคทางการเมืองถือเป็นสัญญาณสำคัญ ที่ชาวบ้านรอคอยมานานที่จะได้ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ได้ตัวแทนเข้าไปเป็นปากเป็นเสียง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนมีความเชื่อมั่นว่ากระแสพรรคเก่าที่เคยมีค่าความนิยมมาตลอดนั้นไม่มีผลต่อการเลือกตั้งสำหรับพรรคใหม่ เพราะการพักสนามการเมืองจากการรัฐประหารทำให้เป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ของทุกคนในสนามการเมือง แต่สำคัญคือคะแนนความนิยมส่วนตัว ที่มีความจริงใจกับชาวบ้าน ตลอดมา เพราะตนทำงานการเมืองต่อเนื่อง จึงไม่สนใจกระแสพรรค
“เชื่อมั่นว่าจะมีการพลิกล็อก ในพื้นที่ จ.นครพนม พรรคพลังประชารัฐ จะได้ที่นั่งครบ 4 เขต และจะต้องเป็นพรรคหลัก ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แน่นอน อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่หาเสียง ยังมีปัญหาสำคัญที่ อยากให้ กกต.มีความชัดเจน คือ เรื่อง กฎระเบียบ กติกา ในการหาเสียง เพราะมีการปลดล็อกแล้ว แต่ทาง กกต.ยังไม่ให้ความชัดเจน กระทบต่อว่าที่ผู้สมัคร มีความสุ่มเสียง ดังนั้นมาถึงวันนี้แล้ว กกต.จะต้องเร่งให้ความชัดเจน เพราะกระทบต่อการเลือกตั้ง และประชาชนจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร การเลือกตั้ง สามารถตัดสินใจเลือกผู้แทน ที่มีคุณภาพไปทำงาน พัฒนาท้องถิ่น”นายนายแพทย์อลงกตกล่าว

