เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 20 ธันวาคม ที่ศาลาเอนกประสงค์ภายในสวนสุขภาพเทศบาลตำบลบางจะเกร็ง ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นายจตุพร พรหมพันธ์ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), พร้อมนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และแกนนำพรรค เช่น นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายยศวลิศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ เป็นต้น ได้เปิดเวทีปราศรัยเพื่อชี้แจงนโยบาย และแนะนำตัวนายธนธัส ขุนนุช อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสงคราม เขต 1 พรรคเพื่อชาติ โดยมีประชาชนทั้งใน และนอกพื้นที่มาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก จนเป็นความจุของศาลาเอนกประสงค์คาดว่าประมาณ 700 คน บางส่วนต้องปูผ้านั่งฟังการอภิปรายบนสนามหญ้าบริเวณใกล้เคียงด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ปราศรัยแต่ละคนได้สับเปลี่ยนกันขึ้น โดยกล่าวหารัฐบาลว่าตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ มะพร้าวราคาตกต่ำ ประมงเดือดร้อนกันทั้งประเทศ จนต้องนำปลาจากต่างประเทศเข้ามา ทั้งนี้ คนทั้งประเทศจนลง ดังนั้น ขอให้ประชาชนเลือกพรรคที่มาจากประชาธิปไตย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธ์ ได้ปราศรัยเป็นคนสุดท้าย ใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาที พร้อมระบุจะมาช่วยผู้สมัครปราศรัยในครั้งหน้า

นายจตุพร กล่าวภายหลังการอภิปรายว่า พรรคเพื่อชาติเป็นการรวมตัวกันของนักการเมืองจำนวนน้อยไม่ถึง 5% ที่เหลือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเข้ามาอยู่ในระบบรัฐสภามาก่อน แต่เป็นคนที่มีความตั้งใจรับใช้ชาติบ้านเมือง และทางพรรคเพื่อชาติต้องการคนรุ่นใหม่เข้าสู่เวทีรัฐสภา
นายจตุพรกล่าวว่า เรื่องโลโก้กับชื่อพรรคนั้นยอมไปก่อน อาจมีการจับเบอร์เดียวกันทั้งประเทศหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะไม่ใช้มาตรา 44 ซึ่งการเลือกตั้งในระบบบัตรใบเดียวนั้น เรื่องเบอร์ และการทำป้าย ถือว่าจำเป็น เรื่องการทำป้าย แม้กระทั่งการพิมพ์บัตรของ กกต.เอง เพราะถ้าคนละเบอร์ ก็ต้องพิมพ์เป็นรายเขต ซึ่งเป็นช่องว่างในการควบคุมบัตรเลือกตั้ง ที่จะนำไปสู่การทุจริตการเลือกตั้งได้ง่าย เราเคยมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้งในปี 2544 เรื่องบัตรปลอมในพื้นที่ภาคใต้ มีการชุมนุมกันมากมาย จึงควรมีบัตรในลักษณะเดียวกัน มีการรันนิ่งนัมเบอร์ให้ชัดเจน และพิมพ์ในคราวเดียวกัน แต่ถ้าแต่ละเขตทั้ง 350 เขต ต้องมีเพรท 350 เพรท เพราะต้องแยกแท่นพิมพ์กัน การแยกแท่นพิมพ์จะควบคุมจำนวนปริมาณบัตรเลือกตั้งได้

นายจตุพรกล่าวอีกว่า หากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง ตนมองว่าอาจเกิดจากหลายปัจจัย แต่วันนี้ทาง กกต.ต้องยอมรับความจริงว่า ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้า คสช.จนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ ตนเชื่อว่าหากจะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์นี้ น่าจะทันถ้าตัดสินใจจะเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จริงๆ เพราะการพิมพ์เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ มีโลโก้ชื่อพรรคที่ทำในคราวเดียวกัน ใช้เวลาไม่นาน ก็จะง่าย เป็นประโยชน์กันทุกฝ่าย และประชาชนได้รับความสะดวก





