ณ นาทีนี้ไม่มีพรรคไหนเนื้อหอมเท่าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ความเนื้อหอมไม่ใช่การจัดงานระดมทุนอย่างยิ่งใหญ่ชื่อ”ประเทศไทยหนึ่งเดียว”
แต่ออร่าจับไปที่การขายโต๊ะจีน 200 โต๊ะๆละ 3 ล้านบาท เพียงคืนเดียวมีรายรับจากการระดมทุนและบริจาคทะลุ 650 ล้าน
ตัวเลข 650 ล้านบาทการันตีให้ลูกพรรคได้รู้ว่าการย้ายเข้าพรรคนี้ไม่ใช่ยาจก เพราะมีกองหนุนพร้อมเผชิญหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.)ที่มีแบ๊กอัพเป็นเศรษฐีระดับโลกอย่างไม่อายใคร
“เซียนการเมือง”ประกบคู่ดูรูปมวยระหว่าง “พลังประชารัฐ-เพื่อไทย”ตาไม่กระพริบ เพราะเรื่องทุนรอนก็พอฟัดพอเหวี่ยง นับจากวันนี้คงต้องงัดนโยบายมาสู้เพื่อดึงดูดคะแนนเสียง
ซีก”ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย” ยังคงนำแผนทางการตลาดมาประยุกต์ใช้หาเสียงเหมือนที่เคยเปิดมิติการเมือง”ขายนโยบาย” ด้วยสโลแกน”คิดใหม่-ทำใหม่” ขายนโยบาย”30 บาทรักษาทุกโรค”และ”รับจำนำข้าวทุกเมล็ดเกวียนละ15,000บาท ”
แต่การเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 อาจต้องใช้การตลาดบวกอุดมการณ์มาประยุกต์ นอกจากนโยบายหลัก ยังแบ่งขั้ว “เผด็จการ-ประชาธิปไตย” ชัดเจน
พร้อมตั้งธง “แก้รัฐธรรมนูญ”หลัง”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯส่งสัญญาณผ่านโพสต์ ” รัฐธรรมนูญนี้ตั้งใจควบคุมและจำกัดสิทธิของประชาชนตามมาตรฐานสากล ดังนั้น เราต้องร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญของประเทศฉบับนี้”
เลือก”พรรคเพื่อไทย” ต้องล้ม “รัฐธรรมนูญ” ล้ม”ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี -เลิก”ประชารัฐ”-เปลี่ยน”บัตรคนจน”
สำหรับ”พลังประชารัฐ”คู่ต่อสู้ที่มีแต้มต่อมากกว่า ก็ต้องสานต่อนโยบายจาก”รัฐบาลบิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. คือขายเมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคม”บก-น้ำ-ราง-อากาศ”
โชว์โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)ที่เปรียบเสมือนองคาพยพจุดเด่นของรัฐบาล บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน แจกของขวัญปีใหม่คนละ 500 บาทที่กดกันจนตู้เอทีเอ็มแทบพัง
หากเลือกพรรคพลังประชารัฐการันตี”ไม่แก้รัฐธรรมนูญ-ไม่ล้มยุทธศาสตร์ชาติ20ปี-เดินหน้าอีอีซี -สานต่อโครงการประชารัฐ -ไม่ทิ้งบัตรคนจน”
พร้อมแพ็กเกจเสริมเหมือนแทงหวย หากเลือกพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
เมื่อพรรคการเมืองหันมาสู้กันด้วยนโยบาย คนไทยคงตัดสินใจกาบัตรได้ไม่ยาก …

