สถานีคิดเลขที่ 12 : ยิ่งห้ามยิ่งฟัง : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

21.12.18 | 12:35 น.

เห็นข่าวประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้ขอให้รัฐบาลเข้า “จัดการควบคุม” ดนตรีแร็พในประเทศรัสเซีย ก็เลยรีบเข้ายูทูบดูเพลงแร็พประเทศกูมีอันโด่งดัง ปรากฏว่ายังแรงไม่หยุด ยอดพุ่งไปถึง 47 ล้านเกือบ 48 ล้านวิวแล้ว


คงจำกันได้ว่า เมื่อมีการปล่อยเพลงนี้ออกมาใหม่ๆ ฝ่ายรัฐไทยที่ฮึ่มฮั่มจะดำเนินคดี ได้เป็นตัวช่วยปลุกกระแสให้คนแห่กันเข้ามาดู จนยอดวิวขยับขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว

จนฝ่ายรัฐต้องรีบเบรกตัวเอง ประกาศเลิกยุ่งเกี่ยว ไม่เข้าไปจัดการอะไรแล้ว

แต่หลังจากนั้น คงด้วยเนื้อหาสาระของเพลง ด้วยความเร้าใจ และตรงใจกับผู้คนในยุคนี้ แม้รัฐจะไม่ช่วยเชียร์ไม่ช่วยโปรโมตอีกแล้วก็ตาม แต่คนยังเข้าฟังเข้าดูไม่หยุดหย่อน

Advertisement

ชัดเจนอยู่แล้วว่าเพลงแร็พประเทศกูมี คือเพลงต่อต้านการเมืองในยุคเผด็จการประชดประชันเสียดสีบ้านเมืองในยุคที่ยังไม่มีประชาธิปไตย การเลือกตั้งยังแค่พูดว่าจะมี ถึงวันนี้เมื่อมีวันเวลาแน่ชัดขึ้นมา ก็ยังเต็มไปด้วยปัญหาที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองมองเห็น ว่าทำทุกอย่างเพื่อให้ผลเลือกตั้งเป็นไปตามหวยล็อก

อ่านข่าวการเคลื่อนไหวเลือกตั้งไป ฟังเพลงนี้ประกอบไป เข้ากันได้อย่างดีมาก

ส่วนที่รัสเซียนั้น ประธานาธิบดีปูตินให้กระทรวงวัฒนธรรมรัสเซียคุมทิศทางของคอนเสิร์ตกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะเพลงแร็พ เมื่อห้ามไม่ได้ ก็ควรจะเข้าไปควบคุมให้ได้

สำหรับเพลงแร็พนั้น ในสายตาของผู้นำรัสเซีย เห็นว่าน่าเป็นห่วงในเรื่องยาเสพติดและภาษาหยาบคาย

“แร็พ และศิลปะสมัยใหม่รูปแบบอื่นๆ ตั้งอยู่บนเสาหลัก 3 ประการ เซ็กซ์ ยาเสพติด และการประท้วงต่อต้าน ผมเป็นห่วงเรื่องยาเสพติด นี่เป็นหนทางไปสู่ความถดถอยของประเทศ”

ฟังคำกล่าวนี้แล้ว น่าสงสัยว่าคงไม่ห่วงแค่เรื่องยาเสพติดกระมัง คงห่วงเรื่องการประท้วงต่อต้านด้วย อันเป็นพื้นฐานของผู้นำการเมืองอันแข็งกร้าวทั่วโลก

แม้ว่ารัสเซียในยุคปัจจุบันจะเป็นสังคมเปิดกว้าง ด้วยสิ้นยุคคอมมิวนิสต์ไปแล้ว มีวัฒนธรรมหลากหลายแบบสังคมตะวันตก

แต่ต้องไม่ลืมว่าพื้นฐานของผู้นำคืออดีต เคจีบี สายลับ นักการข่าวความมั่นคง

แม้ภาพรวมจะเป็นสังคมประชาธิปไตย แต่คงต้องการให้มีการควบคุมหรือเข้าไปกำกับทิศทางของดนตรีที่เห็นว่า จะนำมาซึ่งความเสรีสุดเหวี่ยงของวัยรุ่นรัสเซีย

ขณะเดียวกันทัศนคติต่อศิลปะของปูติน ซึ่งออกแนวศิลปะชั้นสูง เพลงคลาสสิกปีนบันไดฟัง บัลเลต์หยดย้อยเลอเลิศ

แบบนี้คงมองแร็พว่าเป็นคนละระดับ ห่างชั้นกันมาก รับไม่ได้กับการใช้ภาษาหยาบ อะไรทำนองนั้น

ลงเอยจะเกิดปฏิกิริยาอะไรตามมาจากชาวแร็พแดนหมีขาว จากคำสั่งของผู้นำในเรื่องเพลงแร็พนี้ คงต้องติดตามกันต่อไป

หรือจะยิ่งเกิดเพลงประท้วงต่อต้านมากขึ้นหรือไม่ ก็น่าคิด

เพราะเป็นตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติของมนุษย์หัวใจเสรี ยิ่งกดก็ยิ่งต้าน

แบบยิ่งห้ามก็เลยยิ่งฟัง ดังเพลงประเทศกูมีในบ้านเรานั่นแหละ

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน