หากคิดว่ามาตรการห้ามขึ้นรูป นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บนป้ายของพรรคการเมือง และวางเรียงเคียงกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
คือ ไม้เด็ดอันจะสามารถสกัด ขัดขวาง การหาคะแนนเสียงของพรรคการเมืองบางพรรค
กระทั่งบางพรรคที่มั่นใจในความแนบแน่นกับคสช.
ประกาศจะนำภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นจุดขายในห้วงแห่งการเลือกตั้ง หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยินยอมให้นำไปบรรจุเป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่พรรคจะเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี
ก็ไม่แน่เสียแล้วว่ากกต.จะยินยอมให้ทำได้ตามความต้องการหรือไม่
หากใครได้ฟังคำอธิบายอันมาจาก นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็มี ความจำเป็นต้องนำไปศึกษาเปรียบเทียบกับพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.โดยด่วน
โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ใช้ชื่อคล้ายๆกับโครงการหนึ่งของรัฐ
”ไม่ว่าพรรคจะขึ้นรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับผู้สมัครของพรรคหรือไม่ รูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ขึ้นในโครง การของรัฐต่างๆต้องเอาลงทั้งหมด
ไม่เช่นนั้น อาจมีผู้สมัครซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกตั้งร้องกกต.ว่ากระทำผิดกฎหมายฐานใช้ทรัพยากรของรัฐทำให้ได้เปรียบ เสียเปรียบ”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คือกกต.ด้านกิจการการเลือกตั้ง
ผลสะเทือนนี้น่าจะไม่จำกัดเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเท่านั้น
ที่เคยคิดว่าใช้ชื่อ“พรรคพลังประชารัฐ”แล้วเท่ากับได้เปรียบในทางการเมือง
ที่เคยคิดว่าไม่จำเป็นต้องลาออกจาก “รัฐมนตรี”
เมื่อเข้าตะลุมบอนกันอย่างจริงจังในสนามเลือกตั้งก็อาจจะไม่ได้เปรียบอย่างที่คาดหมายเอาไว้ก็เป็นได้ในเมื่อเข้าไปสัมพันธ์กับโครงการแห่งรัฐโดยตรง
นี่ย่อมเป็น”คำถาม”ไปยัง”กกต.” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ พรรคพลังประชารัฐ

