กรณีพรรคพลังประชารัฐ เลี้ยงโต๊ะจีนระดมทุนได้เงินถึง 650 ล้านบาท และมีการเผยข้อมูลว่า มีหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ มาร่วมบริจาค ซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้ง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประธานจัดงานเลี้ยงระดมทุนพรรค ยืนยันว่าไม่พบว่ามีหน่วยงานตามที่ระบุ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง ที่มาของผู้บริจาค หากพบว่าบริษัทหรือบุคคลใดมีคุณสมบัติผิดจากกฎหมายกำหนด หรือเป็นบริษัทต่างชาติถือหุ้นเกินกว่ากฎหมายกำหนด จะส่งคืนเงินบริจาคกลับ เคยระดมทุนในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3-4 ครั้ง ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนเสียงเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อของผู้บริจาคให้พรรคทั้งหมดนั้นไม่มีปัญหา เพียงแต่ขอเวลาตรวจสอบก่อน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
มาตรา 64 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ระบุว่า “การหารายได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองต้องกระทำโดยเปิดเผยและแสดงวัตถุประสงค์ว่าเป็นการระดมทุนของพรรคการเมืองอย่างชัดเจน” และวรรคสองบัญญัติว่า “ให้หัวหน้าพรรคการเมืองประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปถึงจำนวนและที่มาของเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาจากกิจกรรมดังกล่าว และให้มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนทราบด้วย ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กิจกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลง” และวรรคสุดท้าย “ประกาศและหนังสือแจ้งตามวรรคสอง ให้ระบุชื่อบุคคลผู้สนับสนุนเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าหนึ่งแสนบาทขึ้นไปด้วย” และ มาตรา 76 วรรคแรกระบุว่า “ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองหรือเข้าร่วมกิจกรรมตามมาตรา 64”
เมื่อกฎหมายกำหนดวิธีปฏิบัติไว้ชัดแจ้ง พรรคพลังประชารัฐก็ต้องประกาศให้ทราบถึงที่มาของเงิน 650 ล้านบาท ภายใน 30 วัน หากผู้บริจาคหรือการบริจาค การเข้าร่วมกิจกรรม กระทำโดยขัดต่อกฎหมาย ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ต้องดำเนินการเพื่อเป็นแบบอย่าง เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาล ควรเคารพปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลเองอย่างเคร่งครัดยิ่งกว่าพรรคอื่นๆ และเพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับการเมืองที่ผ่านการปฏิรูปมาเกือบ 5 ปี และถูกวิจารณ์ว่าดูเหมือนจะไม่มีอะไรใหม่

