หน้าแรก การเมือง 7พรรคการเมือง...

7พรรคการเมืองเห็นพ้องจี้คสช.ยกเลิกคำสั่งคุมสื่อ ชี้กระทบประเทศ-ประชาชน-บรรยากาศเลือกตั้ง

23.12.18 | 14:31 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “ปลดล็อกสื่อมวลชน คืนเสรีภาพประชาชน เดินหน้าสู่ประชาธิปไตย” ผู้ร่วมการเสวนา ประกอบด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) นายวิโชติ วัณโณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ(พช.) และนายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)

นายองอาจ กล่าวว่า เวลานี้บ้านเมืองกำลังเข้าสู่บรรยากาศประชาธิปไตย จึงต้องอยู่บนพื้นฐานที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกทางการเมืองได้อย่างเสรี แต่เมื่อพิจารณาบรรยากาศตอนนี้ เราพบความจริงว่า มีประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายเรื่องที่กระทบสิทธิและเสรีภาพของประชนจน และสื่อมวลชน ประกาศที่ออกมาตั้งแต่ปี 2557-2559 ล้วนแต่เป็นประกาศที่กระทบประชาชนและสื่อ ที่เห็นได้ชัด คือ คำสั่งที่ 3/2558 ข้อ 4 เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจค้นเคหะสถานและตรวจรถ ซึ่งค้นเมื่อไรก็ได้ ตรงนี้กระทบประชาชนโดยตรง เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ทั้งนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า หัวหน้าคสช.ที่ออกคำสั่งเหล่านี้ กำลังจะมีชื่อในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นการทับซ้อนอำนาจที่น่าเกลียดมาก ในประเทศที่ไม่ไกลจากบ้านเรา ก็ใช้อำนาจแบบนี้เข้าไปจัดการพรรคการเมืองที่ไม่ได้ให้การสนับสนุน

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสื่อเห็นได้ชัดว่า การมีคำสั่งหัวหน้าคสช. ล้วนแต่กระทบสิทธิเสรีภาพ ตนอยากเตือนสติผู้มีอำนาจในรัฐบาล และคสช. ว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในโลก แต่อยู่ในรัฐภาคีของสิทธิพลเมือง มีเสรีภาพทางความคิด เสรีภาพการแสดงออกทางการเมือง ถ้าเรายังเป็นแบบนี้จะมีความหมายอะไร เพราะไม่ได้ปฏิบัติอะไรเลย ดังนั้น การปลดล็อกคำสั่งจึงเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการอย่างยิ่ง เพราะถ้ายังมีอยู่จะส่งผลกระทบต่อประเทศโดยรวม

“คำสั่งคสช.ทำให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อตนเองและพวกพ้อง ถ้าปลดล็อกจะเกิดความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะสุจริตเที่ยงธรรม ที่สำคัญ การปลดล็อกจะทำให้เกิดการยอมรับต่อผลการเลือกตั้งอีกทางหนึ่ง การปลดล็อกคำสั่งจึงควรดำเนินการ” นายองอาจ กล่าว

Advertisement

ด้านนายนิกร กล่าวว่า คำสั่งคสช.ฉบับต่างๆที่ประกาศออกมา เพื่อให้ครอบคลุมทุกส่วนในการดูแลประเทศของคสช. คำสั่งเหล่านี้จะอยู่จนการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งคำสั่งที่กระทบประชาชนและมีปัญหา เราต้องเรียกร้องให้ถอนทั้งหมด คำสั่งถูกประกาศออกมาแบบไหนก็ควรถอนไปแบบนั้น ไม่เช่นนั้นจะยุ่งยากไปหมด อย่างไรก็ตาม การที่เราจะเรียกร้องให้เขายกเลิกคำสั่งทั้งหมด คงไม่มีทางเป็นไปได้ ตนจึงเสนอว่าให้เรียงลำดับและขอให้ดี ขอให้ถอนในสิ่งที่เขาไม่มีเหตุผลในการปฏิเสธ ซึ่งเป็นการเดินทีละก้าว ส่วนการหาเสียงเลือกตั้ง วันนี้เรามีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว การหาเสียงวันนี้ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ อำนาจตรงนี้มีกกต.ควบคุมอยู่

นางลดาวัลล์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจำกัดเสรีภาพค่อนข้างมาก ดังนั้น คสช.ควรต้องคืนอำนาจให้ประชาชนได้มีเสรีภาพในช่วงบรรยากาศของการเลือกตั้ง ซึ่งควรต้องทำให้เป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ เกือบ 5 ปี ที่เราอยู่ภายใต้คสช. ได้สร้างวัฒนธรรมให้ข้าราชการเป็นศูนย์กลาง พร้อมกับสร้างวัฒนธรรมที่หลักนิติรัฐสำคัญน้อยกว่าอำนาจทหาร พรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งคสช. เพื่อให้สื่อเป็นอิสระ ทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์โปร่งใส และให้ชาวโลกรับรู้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ

ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ประกาศและคำสั่งของ หัวหน้า คสช. เป็นเหมือนล็อกขั้นแรกที่กดทับเสรีภาพสื่อมวลชน ส่งผลให้เกิดล็อกขั้นที่ 2 ที่ให้อำนาจเถื่อนของรัฐเข้ามาครอบงำ เช่น การให้ทหารมีอาวุธครบมือควบคุมขณะที่สื่อมวลชนจัดรายการ ส่วนล็อกที่ 3 คือ เปิดอำนาจให้ทหารใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือในการปิดปากสื่อ และล็อกข้อที่ 4 เป็นล็อกที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ที่ระบุว่าคำสั่งใดๆของ คสช. ถือว่าชอบด้วยธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งเป็นการคุ้มครองว่าสิ่งที่ คสช.ทำนั้นไม่ผิด และในเมื่ออีกไม่กี่เดือนเราจะเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่จะมีอำนาจเถื่อนครอบคลุมอยู่แบบนี้จริงหรือ ตนจึงอยากเรียกร้องไปยังคสช. ให้ยุติอำนาจการออกคำสั่งใหม่ และระงับอำนาจคำสั่งเดิม หลังมีพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้งออกมา นอกจากนี้ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ลาออกจากตำแหน่งและให้เหลือไว้เพียงรัฐบาลรักษาการ ส่วนสิ่งสุดท้าย อยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองออกมาแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากที่มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะมาตรา 279 พร้อมตั้งคณะกรรมการแยกเเยะคำสั่งหรือประกาศ คสช. หากคำสั่งไหนมีผู้ได้รับผลประโยชน์โดยสุจริต จะต้องเปลี่ยนคำสั่งดังกล่าวเป็นกฎหมาย แต่หากคำสั่งไหนที่มีอำนาจเถื่อน ต้องมีการยกเลิกและเยียวยาผู้เสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการเสวนา นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกให้กับตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆที่เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ เพื่อขอให้ร่วมรณรงค์ยกเลิกประกาศ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชนและประชาชน