“บิ๊กตู่” เยือนเมืองนนท์ ยัน ไม่ได้มาหาเสียง แนะเลือกคนมีคุณธรรมเป็นรัฐบาล บอก ได้ไม่บังคับให้รัก “ใจมนุษย์ ยากแท้หยั่งถึง”
วันนี้ (24 ธ.ค.) เมื่อเวลา 12.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะ เดินทางมายังวัดบางไผ่ พระอารามหลวง ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อพบปะประชาชนและเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมร้านค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์โอทอป โดยมีข้าราชการอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และประชาชนกว่า 5,000 คน รอต้อนรับ ทั้งนี้ นายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส. จ.นนทบุรีและ ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมภริยา นางภัทรมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพิมลราช นนทบุรี มาร่วมต้อนรับนายกฯ ด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเวทีปราศรัยว่า กล่าวบนเวทีว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าวันนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง ไม่ได้มาเพื่อให้สนับสนุนพรรคใดทั้งสิ้น แต่มาด้วยตัวเอง ในฐานะรัฐบาล จำเป็นที่ต้องมาพบกับทุกคนเพื่อทำความเข้าใจ สื่อสารว่าจะร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลกำหนดออกมา เพื่อคนทุกคน ทุกวัย เป็นการดูแลในรูปแบบสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้มาชอบตน ทุกอย่างทำตามขั้นตอนเมื่อถึงเวลาก็ทำเพิ่มเติมให้ วันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของรัฐบาลต่อไปที่จะมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อ ไม่ใช่มาว่ากันไปมาและตนก็ไม่เคยไปว่าอะไรใคร เพราะไม่เห็นว่ามันจะเกิดอะไรที่ดีขึ้น จากการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเราก็ยอมรับในกติกามาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อถึงเวลาก็ควรยอมรับกติกากันบ้าง กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้นขอให้ทุกคนเข้าใจในตรงจุดนี้
“เจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่เข้ามาทำงานช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่านานเหลือเกินเบื่อหน้านายกฯแล้ว อยู่มา 4-5 ปีน่าเบื่อเหลือเกิน แต่ผมกลับรู้สึกว่าเวลามันรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะว่าอยากอยู่ต่อ แต่เร็วเพราะการแก้ไขปัญหาหลายอย่างยังไม่จบ ใช้เวลามากขนาดนี้ ผมอยากถามว่าแล้วถ้าไม่มีรัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป ก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ที่ทุกคนจะต้องเลือกเข้ามา ซึ่งรัฐบาลหน้าก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะเลือกเข้ามา ไม่ใช่ผม เพราะแม้แต่ผมจะบอกให้เลือก แล้วพวกท่านจะเลือกตามหรือ มันทำไม่ได้ผิดกฎหมาย ดังนั้นทุกคนมีหน้าที่ที่จะเลือกด้วยตัวเอง แต่ขอความกรุณาให้เลือกด้วยเหตุและผล ควรจะต้องเลือกคนที่มีความรู้ มีคุณธรรม มีความตั้งใจดี มีความปรารถนาดีเข้ามา ที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองดีขึ้น ไม่ใช่พูดแค่ดิสเครดิตตรงนั้นตรงนี้ ว่าทุกคนไปหมดมันไม่ได้จะทำให้ทุกอย่างชะงักไปเสียทั้งหมด หลายอย่างที่เคยได้รับความร่วมมือก็จะเสียหาย และทำให้เสียเวลา ผมไม่ได้รังเกียจใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องกลไกทางการเมือง และประชาธิปไตยก็ว่ากันไป การที่ผมเข้ามา 4-5 ปีก็เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งหลายอย่างเป็นปัญหาที่ทับถมมานานเราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การมาวันนี้ไม่ได้ต้องการสร้างความแตกแยกใดๆ มาในฐานะรัฐบาล และก็ไม่ได้เพื่อหวังผลทางการเมือง วันนี้คนจะรักหรือชอบเราไปบังคับไม่ได้ เป็นเรื่องของจิตใจมนุษย์ ยากแท้หยั่งถึง หลายคนก็ไม่ชอบและตนก็ไปโกรธหรือเกลียดท่านไม่ได้ ถึงจะรู้ก็โกรธไม่ได้ เพราะเขาเข้าใจแบบนั้น ก็ไม่เป็นไร วันข้างหน้าอาจจะเข้าใจมากขึ้น แต่คนที่เข้าใจอยู่แล้วก็ควรจะช่วยตน ให้เกิดความเข้าใจและมั่นใจเชื่อมั่นในโครงการที่ทำออกมา แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ 100% มีทั้งคนได้และเสียประโยชน์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราทำงานโดยมีประชาชนเป็นส่วนร่วมโดยบ้านเมืองต้องมั่นคง วันนี้บ้านเมืองสงบ มั่นคงตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ถนนไม่ถูกปิด เดินทางไปไหนมาไหนได้ ตนไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจ หรืออาวุธปืนไปบังคับใคร ก็ไม่เห็นจำเป็น ประชาชนดูแลกันได้อยู่แล้วดังนั้นถ้าไม่ไปร่วมความขัดแย้งกับเขาไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิดก็อีกเรื่องหนึ่ง ประชาธิปไตยก็ควรจะไปในทางที่ถูกที่ควร อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน ทุกคนมีสิทธิและหน้าที่ เราต้องการเดินหน้าไปแบบมั่นคงสงบเรียบร้อย ไปมาค้าขายได้แม้จะค้าขายไม่ดีแต่ก็ค้าขายได้ แต่ถ้าทำอะไรไม่ได้ ค้าขายไม่ได้ มันแย่ยิ่งกว่า ฉะนั้นขอให้เข้าใจว่าอะไรคือความมั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไม่มีใครละเมิด ถ้าผิดก็ร้องศาล ร้องทุกข์กล่าวโทษ รัฐบาลนี้ใช้การดำเนินการทางกฎหมายแม้หลายคนจะบอกว่าตนมีอำนาจเยอะซึ่งตนไม่อยากจะใช้อำนาจเพราะเป็นคนไทยทั้งสิ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลเปิดโครงการบ้านล้านหลัง ขึ้นอยู่กับความสามารถของประชาชน แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลบอกจะให้ๆ ซึ่งหลายโครงการมีปัญหามาก่อน วันนี้เรื่องการดูแลผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไปใครไม่แก่บ้างมีหรือไม่ มันก็แก่ขึ้นเรื่อยๆแต่ก็แก่ให้สมวัย งดงามที่ใจ พร้อมจะทำงานร่วมมือแก้ไขปัญหาสร้างความสามัคคีรวมพลังความจงรักภักดี ในรัชกาลที่ 10 ขึ้นมาให้ได้ จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจไม่ใช่ให้คอยเตือนว่าจะต้องจิตอาสา โดยอาจมีการกำหนดวิธีการแก้ปัญหาในระดับชุมชนต้องคิดแบบมีวิสัยทัศน์เดินหน้าทีละขั้น หากแก้เร็วก็จะทำให้มีปัญหา เพราะงบประมาณไม่มี ที่สำคัญต้องทำให้ถูกกฎหมายช้านิดไม่เป็นไรอย่าใจร้อนมาก
นายกฯ กล่าวว่า นักการเมืองบางคนมาครั้งเดียว หรือมาแล้วมีคนมาฟังแค่กลุ่มเดียว ผลก็ออกมาในกลุ่มที่มาฟัง แต่คนที่ไม่มาก็บอกไม่รู้เรื่องตรงนี้ จะทำอย่างไร โครงการบัตรประชารัฐก็ช่วยคนจน คนพิการ คนด้อยโอกาสให้เข้มแข็งขึ้น สิ่งสำคัญเราต้องสร้างคนที่มีกำลังอยู่แล้วให้เดินไปข้างหน้าใหม่คิดใหม่พัฒนาตัวเองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร อย่าจมอยู่กับอดีตที่ผ่านมาวันนี้บ้านเมืองเปลี่ยนคน เปลี่ยนเส้นทาง ต้องคิดใหม่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องช่วยกันคิด เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ท้ายสุดจะต้องมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นอยู่กับจะทรงโปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องทำให้บ้านเมืองปลอดภัยไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง บ้านเมืองจะต้องเป็นปกติด้วยฝีมือของคนไทยทุกคน ถ้าใครทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนอลหม่าน เราถือว่าเป็นคนไทยหรือไม่ ผมไม่รู้เหมือนกันเพราะเขาไม่เกรงกลัวกฎหมายไทยผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ต่างประเทศต่างชาติต่างๆเขาก็รังเกียจคนพวกนั้นหมดแล้ว วันคริสต์มาส ก็ให้ขอพรกับซานตาคลอส อย่าขอซานต้าตู่ ผมทำได้ตามกฎหมาย อะไรทำได้ก็ทำไป ขออย่าให้ผมเดือดร้อนทีหลัง
“เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่การเมือง ไอ้พวกที่ไปบิดพลิ้วว่ามีการแจกบัตรมันคนละเรื่องกัน นักการเมืองไม่มีสิทธิ์ไปแจกบัตรเป็นเรื่องของรัฐบาลเขาทำ การได้บัตรไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เสียตังค์ 100 บาทแล้วได้บัตรบ้าหรือเปล่ามีใครทำได้มาบอกผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถ่ายรูปร่วมกับประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 20 คนและเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมร้านค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์โอทอป ทั้งนี้ นายกฯ ได้ทดลองพายเรือท้องแบน พร้อมกับตะโกนว่า “กล้วยมาแล้วจ้า กล้วยๆ”


