เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 24 ธันวาคม ที่ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ซึ่งนำโดยนายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษา พท.ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ประกอบด้วย นายสนธิเดช เทียนทอง รองนายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร หลานชาย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต 1 พ.ต.อ.พายัพ ทองชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต 2 และนายสรวงศ์ เทียนทอง บุตรชาย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต 3 เริ่มเดินสายพบปะหาเสียง และแนะนำตัวในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น ในนาม พท.แล้ว การลงเขตพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ครั้งนี้ ถือเป็นการเข้าพื้นที่อย่างเป็นทางการของนายเสนาะ หลังได้เข้ามาพบปะกับแกนนำ และกลุ่มผู้นำชุมชนในพื้นที่วังน้ำเย็น เมื่อครั้งมีกำหนดการเข้าพูดคุย และพบปะกับประชาชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็น เพื่อปักธง ส.ส.สระแก้ว เขต 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในการหาเสียง และแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของทีมนายเสนาะ ได้รับการต้อนรับอย่างดี โดยมีการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้วทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปของคนพื้นที่ จ.สระแก้วแล้ว หลังมีความชัดเจนว่าตระกูลเทียนทองซึ่งครองตำแหน่ง ส.ส.สระแก้วมากว่า 30 ปี ต้องถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ในการเลือกตั้งช่วงต้นปี 2562 โดย พท.ต้องชิงตำแหน่ง ส.ส.กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่คาดว่าจะมีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว หลานนายเสนาะ ซึ่งได้ย้ายไปสังกัด พปชร.เรียบร้อย
นายเสนาะกล่าวในการขึ้นเวทีปราศรัยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้วของพรรคทั้ง 3 คน ใน 3 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเขต 2 ที่มี พ.ต.อ.พายัพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่นายเสนาะสนับสนุน ให้ชิงชัยกับ น.ส.ตรีนุช พร้อมทั้งกล่าวโจมตีรัฐบาล และ พปชร.ใช้อำนาจรัฐหาเสียงกับผู้ด้อยโอกาสในรูปแบบต่างๆ โดยใช้เงินภาษีของประชาชน เป็นการกระทำที่เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ
นายสรวงศ์ อดีต ส.ส.พท.เขต 3 ได้ขึ้นเวทีปราศรัยปิดท้ายเป็นคนสุดท้าย กล่าวยอมรับกับประชาชนว่า ตระกูลเทียน ทองที่ผูกขาดการเมืองระดับชาติมานานกว่า 30 ปี ได้แตกแยกออกเป็น 2 ขั้วการเมืองอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เกมการเมืองของนายเสนาะ บิดาของตนตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับเป็นความเจ็บปวดของคนในตระกูลเทียนทอง โดยเฉพาะนายเสนาะ บิดาของตน อย่างไรก็ดี แม้ว่าพท.จะไม่ใช่ผู้สมัครที่เป็นเทียนทองทั้งหมดเหมือนที่ผ่านมา แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสระแก้วต่อไป




