ปรากฏการณ์ “8 เหตุผลที่ผมไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีก” โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
คล้ายกับเป้าหมายใหญ่เป็นเรื่องในทาง”เศรษฐกิจ”
เป็นเรื่องไม่ชอบกันเป็น “ส่วนตัว”ระหว่าง ม.ร.ว.ปรีดายาธร เทวกุล กับ ทีมเศรษฐกิจชุดของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมาตอกย้ำ
ยิ่งหากมองจากพื้นฐานที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีแล้วถูกปรับออกเมื่อเดือนสิงหาคม 2558
ยิ่งทำให้เหตุผล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีน้ำหนัก
แต่ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด เหตุผลและคำอธิบายโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ล้วนรวมศูนย์ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นด้านหลัก
เป็นความจริงที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มีพื้นฐานมาในทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่เป็นนายธนาคารอยู่ในกลุ่มกสิกรไทย กระทั่งเป็น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมเศรษฐกิจตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 กระทั่งหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557
แม้เหตุผลนำจะเป็นเหตุผลทางเศรษฐกิจ
แต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็เช่นเดียวกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่าง นายวีรพงษ์ รามางกูร หรือแม้กระทั่ง นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
คือ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง “เศรษฐกิจ” และ”การเมือง”
มิเช่นนั้น นายวีรพงษ์ รามางกูร คงไม่อุทานด้วยความเหลืออดออกมาว่า
“จะตายห่ากันอยู่แล้ว”
มิเช่นนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล คงไม่ร่ายยาวเป็นเหตุผลออกมาถึง 8 ข้อว่าทำไมควรยุติการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา
ปฏิกิริยาอันมาจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหานับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
หากแต่ยืนยันว่าต้นตอแห่งปัญหา คือ ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จึงเรียกร้องต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุติบทบาทในทางการเมือง

