เปิดใจ ‘มือโพสต์คลิป’ แฉบัตรคนจน ปัดเรื่องปรับทัศนคติ โดนซักปมผู้หนุนหลัง

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “จูเนียร์ผู้ที่เป็นชาวไซยา ถล่มดาวเบจิต้า และไปดาวนาเม๊ก” โพสต์คลิปวิดีโอ ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่มาเก็บตกผู้ที่ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเรียกเก็บบัตรประชาชนพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน รูปภาพ และให้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อแลกกับการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพร้อมเงิน 100 บาท โดยโพสต์ตั้งคำถามว่า เป็นการโกงการเลือกตั้งทางอ้อมหรือไม่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายในวัดโชติการาม บ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ตามที่เสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เพื่อไปพบนายเกียรติบุรุษ พันธ์เลิศ อายุ 21 ปี อาชีพจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าว พบเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน โดยพบนายเกียรติบุรุษอาศัยอยู่กับมารดาและพี่ชาย รวม 3 คน มีสีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขายาว

นายเกียรติบุรุษเผยว่า วันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 09.00 น. ตนนั่งพักอยู่ภายในบ้าน ต่อมามียายนาง บุญศิริ อายุ 72 ปี ชาวบ้านหวาย ต.สามัคคี เดินมาถามแม่ตนว่า ทำไมยายทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้ เขาบอกว่าต้องลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐถึงจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมันเกี่ยวกันหรือไม่ แม่ตนจึงบอกให้เอาใบสมัครมาดูหน่อย พบว่าเป็นใบสมัครสมาชิกพรรคการเมืองและมีใบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 จากนั้นแม่ตนได้บอกให้พี่ชายตนพายายนางไปยื่นขอทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ที่วัดโชติการาม พอไปเสร็จยายกลับได้รับคำตอบเดิมว่า ยายต้องสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นยายได้กลับมาบอกตนว่าทำบัตรไม่ได้อีกแล้ว ทำให้ทุกคนเกิดความสงสัย

“สักพักมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหวาย ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา แม่ตนจึงเรียกให้ผู้ใหญ่บ้านหยุดรถ พร้อมกับถามว่าทำไมยายนางไปขอทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึงทำไม่ได้ เพราะอะไรถึงบังคับให้ลงเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วย จากนั้นผู้ใหญ่บ้านได้ตอบกลับมาว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เป็นคนละประเด็น แล้วแต่ความยินยอมและความสมัครใจ ยายไม่ต้องสมัครสมาชิกพรรคก็สามารถทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อยู่แล้ว จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็พูดขึ้นอีกว่า ตามมา เดียวพาไปทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ใหม่ สักครู่ตนได้ไปส่งยายนางที่วัด พร้อมกับเดินไปบอกผู้ใหญ่บ้านว่าพายายนางมาแล้ว


“จากนั้นผู้ใหญ่บ้านบอกยายนางว่าขอคุยเป็นการส่วนตัว โดยได้พูดกับยายว่าขอสิทธิพร้อมคะแนนเสียงยายได้หรือไม่ แค่ลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือแค่นี้ได้หรือไม่ จากนั้นยายจะได้บัตรพลังประชารัฐพร้อมเงิน 100 บาท โดยยายนางได้ตอบกลับไปว่า ไม่เอาๆ ยายมาทำแค่บัตรคนจน ไม่ได้มาลงสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในขณะนั้นตนได้พูดกลับไปว่า มันเกี่ยวกันด้วยหรือ บัตรประชารัฐกับใบสมัครสมาชิกพรรคมันคนละส่วนกัน ทำไมต้องบังคับแบบนี้ มันเป็นการมัดมือชก ส่วนผู้ใหญ่บ้านได้ตอบกลับมาว่าเด็กไม่รู้ก็อย่าไปพูดอะไรให้มันมาก ตนจึงตอบกลับไปว่า สิ่งที่พวกคุณทำกันอยู่นี้มันผิดกฎหมาย เหมือนเป็นการชื้อสิทธิขายเสียง กระทั่งมีเสียงดังออกมาว่า จะทำอะไรก็ทำ จะถ่ายอะไรก็ถ่าย ตนจึงตอบกลับไปว่า พวกคุณไม่รู้ว่าโลกโซเชียลสมัยนี้มันไปไวมาก จากนั้นตนก็ได้ขี่รถจักรยานไปส่งยายที่บ้านพัก ก่อนจะกลับมาที่วัดโชติการามเพื่อถ่ายคลิปวิดีโอดังกล่าวตามที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊ก” นายเกียรติบุรุษกล่าว

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองเข้ามาประกาศก่อนหรือไม่ว่าจะเข้าพื้นที่มารับสมัครสมาชิกพรรค นายเกียรติบุรุษกล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่ของภาครัฐมาแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจริงๆ โดยไม่มีให้ลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนวันอาทิตย์ได้มีเจ้าหน้าที่ของพรรคพลังประชารัฐมาในพื้นที่

เมื่อถามว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเรียกให้ไปปรับทัศนคดิ นายเกียรติบุรุษกล่าวว่า ไม่ใช่การปรับทัศนคติ มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญให้ตนไปพูดเรื่องที่เกิดขึ้นตามความจริง โดยไม่มีการแจกข้อกล่าวหา มีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก มีจุดประสงค์อะไรหรือไม่ มีบุคคลใดหนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มีขบวนการหรือไม่ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ตนได้ตอบกลับไปว่า ตนเป็นประชาชนธรรมดา ที่ทำแบบนั้นเนื่องจากเห็นความไม่ชอบธรรมเกิดขึ้น และขณะนี้ยังไม่มีใครมาข่มขู่ตน

บทความก่อนหน้านี้เพศ : ความเท่าเทียม… โดย เฉลิมพล พลมุข
บทความถัดไป‘ปนัดดา’ ตอบคำถาม ผู้เข้าเยี่ยมชมวังวรดิศ ที่มาของ รร.จปร. ไม่ใช่แปล ‘จะเป็นอะไรก็ได้’