ถึงบางอ้อ! “สมศักดิ์” ร่ายยาวจุดปะทุศึก 2 ตระกูลการเมืองบรรหารบุรี “เที่ยงธรรม-โพธสุธน” ชี้ “ประภัตร” เล่นสองหน้า รับปากเคลียร์ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ให้ แต่ยังส่งหลานชายลงต่างพรรคกะชิงพื้นที่ “เสมอกัน” บอก ทนไม่ได้มารังแกกัน
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้เแทนราษฎร อดีตแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงกรณีที่ศึกระหว่าง 2ตระกูลเลือดแท้พรรคชาติไทย หลังนายจองชัย เที่ยงธรรม ประกาศสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยทำศึกกับ นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการชทพ.ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.สุพรรณบุรี ตอนหนึ่งว่า ตนได้ชี้แจงกับสังคมไปแล้วว่า สาเหตุที่ออกจากชทพ. เพราะไม่อยากให้พรรคได้เกิดผลกระทบจากตัวของตน จึงเดินออกจากพรรคไป ส่วนกรณีของลูกๆ 2 คนที่เดินออกมาจาชทพ.ก็ถือว่า มีส่วนคล้ายๆกับนายจองชัยบอก เพราะ เด็กๆทำงานกันมา 2 ปีเพื่อเป็นรุ่นใหม่ให้กับพรรค แต่กลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างที่คุยกันไว้เลย จึงต้องขยับขยายออกไป
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ข้อเท็จริงของเรื่องนี้ โดยที่ตนไม่ได้ยืนอยู่ข้างใด เพราะทั้งนายจองชัย และนายประภัตร ถือเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพ เรื่องมันเกิดขึ้นในวันที่คสช.เริ่มคลายล็อก โดยเปิดโอกาสให้กลับเข้ามายืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ขณะนั้นก็มีการตั้งข้อสังเกตุกันว่า ทำไมตระกูลโพธสุธนที่เดิมอยู่ชทพ. 3 คน คือ นายประภัตร นายยุทธนา และนางพัชรี กลับมายืนยันเพียงแค่นางพัชรี อดีตส.ส.สุพรรณบุรี หลานสาวนายประภัตรเท่านั้น จนกระทั่งในท้ายที่สุดก็มีนายประภัตรมาเพิ่มอีก 1 คน โดยที่นายยุทธนา หลายชายไม่มา ระหว่างนั้นก็มีข่าวออกมาเป็นระยะๆ นายยุทธนา อาจจะไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ต่อมา ไม่นานก็ปรากฏว่า นายยุทธนา กลับไปเป็นเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐจริงๆ
“เมื่อถึงจุดนั้นพี่จองชัยก็คุยกับผมว่า เอ๊ะเขากำลังเล่นอะไรวะ ทำไมนายยุทธนายังจะลงลงเลือกตั้งเขต 4 เหมือนกับนายเสมอกัน ลูกชายพี่จองชัย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้นายประภัตรก็ยืนยันว่า จะไม่ให้นายยุทธนาลงอย่างเด็ดขาด แต่พี่จองชัยก็หารือกับผมว่า ถ้ามันเป็นอย่างนี้ก็ไม่ชอบมาพากลแล้ว ท่านก็เลยพูดกับผมว่า เดี๋ยวกูจะไปสมัครสมาชิกภูมิใจไทยไว้แบบพวกไอ้โต้ง (สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) พวกไอ้แบด (ภราดร ปริศนานันทกุล) ดีกว่า เผื่อไว้ หากว่า นายประภัตรห้ามหลานลงเขต 4 ไม่ได้อย่างที่รับปากกันไว้ ก็ถือว่า รังแกกัน รังแกลูกเขา เพราะนายเสมอกันลงในนามชทพ. แต่นายประภัตร เป็นถึงเลขาธิการ เป็นเบอร์ 2 ของพรรค แล้วหลานชาย ซึ่งหากเป็นคนอื่นก็ว่า ไปอย่าง แต่นายยุทธนา เป็นหลานชายที่อยู่บ้านเดียวกัน และทุกคนก็รู้ว่า นายยุทธนา ถือเป็นหลายที่สนิทแนบแน่นกันสั่งได้”
“เรื่องนี้ผมก็ทราบมาจากพี่จองชัยว่า ได้นำปัญหานี้ไปหารือกับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าชทพ. โดยบอกว่า จะไปคุยกับท่านประยุทธ์ กับ ท่านประวิตรในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่เพื่อขอร้องกันว่า อย่าให้ให้นายยุทธนาลงในแบบเขตให้ลงแบบบัญชีรายชื่อแทน แต่ในพื้นที่มีก็ข่าวออกมาเป็นระยะๆว่า นายยุทธนาไปพบปะบรรดาหัวคะแนนในพื้นที่อยู่ตลอด จึงทำให้พี่จองชัยไม่พอใจ จึงไปสมัครสมาชิกภูมิใจไทย หลังจากที่นายยุทธนาได้ไปเปิดตัวกับพลังประชารัฐแล้ว เพราะนี่ถือว่า นายยุทธนา เจตนาลงแข่งกับนายเสมอกัน ลูกชายนายจองชัย พี่จองชัยก็บอกว่า มาทำแบบนี้ เขาทนไม่ได้หรอกที่เห็นลูกชายถูกรังแก จึงต้องลงแข่งกับนายประภัตรในเขต 3 กันไว้ ไม่ให้โพธสุธนถาโถมเข้ามาสู้ในเขต 4 ได้อย่างเต็มที่เพื่อจะได้กลับไประวังในพื้นที่ตนเองในเขต 3 ที่ต้องสู้กับพี่จองชัยนั่นเอง”
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องทั้งหมดตนได้ยินจากปากนายจองชัยว่า ว่าทางโพธสุธน เขาเล่นอะไร เพราะได้มาปรับทุกข์กับตน เพราะในฐานะที่นายประภัตรเป็นผู้ใหญ่ของชทพ. แล้วหลานคนสนิทของตัวเองไปลงอีกพรรคหนึ่ง ตามหลักก็น่าจะร้องขอได้ เพราะนี่ถือว่า เสียเครดิตของคนที่เป็นเลขาธิการ แต่สิ่งที่ตนไม่รู้จริงๆก็คือ ใจของนายยุทธนา จะฟังหรือไม่ฟัง หรือจะแข็งกร้าวกับนายประภัตร เพราะในอดีตนายยุทธนาก็เป็นถึงส.ส.มาก่อน ดังนั้น เรื่องทั้งหมดจึงเป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างนายจองชัย กับ นายประภัตร 2 คนเท่านั้น เพราะปัญหาที่เกิดกับนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณถือว่า จบแล้ว ขณะที่นายจองชัย ก็ให้ความนับถือนายบรรหาร ศิลปอาชา และพูดเสมอว่า มีวันนี้ก็เพราะตระกูลศิลปอาชา จากนี้ต้องรอดูว่า วันนี้ที่มีการสมัครส.ส. หากนายยุทธนา ไม่ลงระบบเขตสถานการณ์ก็อาจจะเปลี่ยนไป แต่ถ้าลงก็คงเดากันได้ เมื่อนายจองชัยประกาศตัวแล้วก็ต้องลงแน่นอน ส่วนเขต 3 จะยังเป็นนายประภัตร หรือจะสลับให้นางพัชรีมาลงแทนหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบว่า เขาจะตกลงกันอย่างไร

