นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในวันที่ 11 พฤษภาคม ตนและคณะจะเดินทางไปยังนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนำเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย หรือยูพีอาร์ จะเป็นรายงานของรัฐบาลหน่วยงานราชการ รายงานจากกลุ่มประชาสังคม และรายงานเสนอข้อห่วงใยของทางสหประชาชาติ เป็นการรวบรวมความเห็นจากหลายภาคส่วน ไม่ใช่หน่วยใดหน่วยหนึ่งคิดหรือทำขึ้นเอง จะเป็นข้อกังวลข้อสังเกตต่างๆ ในสถานการณ์สิทธิมนุษยชน นอกจากนี้คณะยังต้องตอบคำถามแต่ละประเทศที่มีข้อสงสัยหลายๆ เรื่อง และคำถามหลายประเทศก็เป็นเรื่องที่ทราบกันดี คือการใช้กฎหมายมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ประเทศไทยเตรียมตอบคำถาม ชี้แจงต่อที่ประชุมในประเด็นเหตุผลและความจำเป็นในการใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวในการแก้ปัญหา ของประเทศไทย
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า การเดินทางไปรายงานครั้งนี้ เป็นไปตามวาระของประเทศสมาชิก เพื่อรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในด้านต่างๆ ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพัฒนากว่า 27 ด้าน ทั้งด้านสิทธิพลเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีพัฒนาการด้านสิทธิเรื่องใดบ้าง มีรายละเอียดอย่างไร ทำอย่างไรกับงานด้านสิทธิมนุษยชน มีรายละเอียดในแต่ละด้าน จะเป็นการรับข้อเสนอต่างๆ มาพิจาราณา เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่เป็นประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ในแต่ละประเทศพัฒนา ไม่ใช่เรื่องถูกผิด
นายชาญเชาวน์กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย งานด้านสิทธิมนุษยชนมีความคืบหน้าตามพันธสัญญาที่ได้ให้กับที่ประชุมใหญ่เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เช่น รัฐบาลได้ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย และอยู่ระหว่างนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการแก้ปัญหาด้านการค้ามนุษย์ การสาธารณสุข ผู้สูงอายุ แรงงาน คนพิการ ทุกอย่างเป็นรูปธรรมจากกฎหมายที่รัฐบาลกำลังผลักดัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับสิทธิทางการเมืองในประเทศ ช่วงเวลานี้จะชี้แจงอย่างไร นายชาญเชาวน์กล่าวว่า คณะได้เตรียมคำตอบไปอธิบายชี้แจง เช่น จะอธิบายในกรอบว่า ตอนนี้ประเทศไทยกำลังมีการร่างรัฐธรรมนูญ และมีการให้ทำประชามติ รัฐบาลกำลังเดินตามโรดแมปที่วางไว้ รัฐบาลได้ให้ประชาชนแสดงความเห็นได้ ตามกฎหมายว่าด้วยออกเสียงประชามติกำหนดไว้ เชื่อว่าที่ประชุมจะเข้าใจบทบาทการทำงานของรัฐบาลไทย

