ถามว่ายุคแห่งการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แตกต่างไปจากยุคแห่งการเลือกตั้งในกาลอดีตอย่างไรและมากน้อยเพียงใด
แตกต่างในระดับที่เรียกว่า “มากส์”
ความจริง ความแตกต่างอันถือได้ว่ามีลักษณะเป็น “เส้นแบ่ง” อย่างสำคัญ คือ การเลือกตั้งนับแต่เดือนมกราคม 2544 เป็นต้นมา
นั่นก็คือ “นโยบาย” เป็นเรื่องสำคัญ
ถามว่าอะไรคือชัยชนะจากพรรคไทยรักไทย อันส่งทอดมายังพรรคพลังประชาชน และแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย
คำตอบก็คือ ความสำเร็จของ “ไทยรักไทย”
และจุดต่างอย่างสำคัญนับแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 และเห็นอย่างเด่นชัดในเดือนกรกฎาคม 2554 ก็คือ การพลังทลายลงเป็นลำดับของการเมืองเก่า การเลือกตั้งในแบบเดิม
ชัยชนะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเป็นเหมือน “คำประกาศ”
แต่กาลอดีตคิดว่าอำนาจอันได้มาจากการรัฐประหารและการสมคบคิดจะเป็นเครื่องค้ำยันในชัยชนะและความสำเร็จ
เห็นได้จากการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550
ไม่เพียงแต่จะปัดปฏิเสธแผนบันได 4 ขั้นของ คมช. หากแต่ยังเท่ากับยืนยันความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยที่เหนือต่อพรรคการเมือง “เก่า” อย่างสิ้นเชิง
พอมาถึงการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 ยิ่งแจ่มชัด
แจ่มชัดว่าแม้กระทั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็น “ละอ่อน” อย่างยิ่งในทางการเมืองก็สามารถกำราบพลังทางการเมืองของพรรคเก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ลงได้
จุดสำคัญ 1 คือ การเติบใหญ่ของ “โซเชียลมีเดีย”
จุดสำคัญ 1 อันเป็นผลสะเทือนจากการเติบใหญ่ของ “โซเชียลมีเดีย” คือ การพลังทลายศูนย์กลางแห่งข้อมูล ข่าวสารลงไปอย่างสิ้นเชิง
“คสช.” มิอาจผูกขาดข้อมูล ข่าวสารต่อไปได้อีก
หากดูบทบาทและการเคลื่อนไหว “เดินสาย” ของ คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกับจะสามารถยึดครอง “พื้นที่” ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เหนือกว่าพรรคเพื่อไทย เหนือกว่าพรรคไทยรักษาชาติ เหนือกว่าพรรคอนาคตใหม่
แต่คำถามก็คือ ความอื้อฉาวอันปรากฏขึ้นและดำรงอยู่อย่างฉาวโฉ่ ไม่ว่าบนหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าบนโลกออนไลน์มีต้นตอมาจากไหนเริ่มจากกรณีโต๊ะจีน 600 กว่าล้านบาท
ตามมาด้วยการอาศัยกลไกแห่งเจ้าหน้าที่รัฐรุกคืบไปยัง “บัตรประชาชน” ไปยัง “บัตรคนจน” และลงเอยด้วยการเป็นสมาชิกพรรค
เชื่อม “ประชารัฐ” กับ “พลังประชารัฐ”
หรือแม้กระทั่งปฏิบัติการด้านการข่าว หรือ IO ผ่านคลิปลับ คลิปพิศวาส ของ 2 นักการเมือง นักกิจกรรม
กลับกลายเป็นเรื่องประเภท “ขว้างงูไม่พ้นคอ”
พลันที่มีการเผยแพร่บทความ “8 เหตุผลที่ผมไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีก” โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
ที่ทำมานับแต่รัฐประหารปี 2557 ก็พังครืน
เสียงร้อง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา” ก็กลายเป็นเรื่องตลก ก็กลายเป็นเรื่องโกหก
อาจซ้ำรอย “เสียของ” เหมือนรัฐประหารเมื่อปี 2549

