หน้าแรก การเมือง อนาคตใหม่ ติว...

อนาคตใหม่ ติวเข้ม-แนะแนวทางหาเสียง ผู้สมัครส.ส.มือใหม่ทั่วประเทศ

26.12.18 | 16:02 น.

“อนาคตใหม่” อบรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แนะแนวทางหาเสียง-ข้อปฏิบัติ ด้าน ว่าที่ผู้สมัคร เผยโดดร่วมพรรคจากนโยบายคนเท่าเทียม เชื่อคือคำตอบของการเปลี่ยนแปลงปท.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่พัฒนากอล์ฟคลับ แอนด์รีสอร์ท พรรคอนาคตใหม่(อนค.) จัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคม เพื่อชี้แจงแนวทางการทำพรรค แนวทางการหาเสียง ตลอดจนข้อกฎหมายต่างๆ ที่บังคับใช้ในช่วงการเลือกตั้ง ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2552 โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ระบบแบ่งเขต ทั้ง 350 เขต และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เข้าร่วมการสัมมนาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรค กล่าวว่า ในกิจกรรมการอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นั้น ได้สรุป 12 นโยบายหลักที่เคยจัดแถลงข่าวเปิดวิสัยทัศน์ไปแล้วมาให้ผู้สมัครทุกคนได้เตรียมความพร้อมในการหาเสียง และทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน รวมถึงการอธิบายข้อกฎหมายต่างๆ เพราะต้องยอมรับว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกกฎเกณฑ์มาควบคุมพรรคการเมืองค่อนข้างเยอะ จึงต้องมีการสร้างความเข้าใจให้กับว่าที่ผู้สมัครทุกคน นอกจากนี้ ยังเป็นการพบปะและทำความรู้จักกันเองระหว่างในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส. เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกันต่อไปในอนาคต

“จากการที่ได้พบกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมด จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเลยของพรรคอนาคตใหม่ก็คือ เปิดโอกาสให้กับคนทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม อย่างที่พรรคเคยประกาศออกมาตลอด ว่าเราเชื่อในเรื่องศักยภาพของคนทุกคน เชื่อในเรื่องของความเท่าเทียม ดังนั้น ผู้สมัครก็จะมีทั้งคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และยังมีความหลากหลายกลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก แม่ค้า คนขับแท็กซี่ ซึ่งทั้งหมด เป็นผู้ไม่เคยผ่านสนามการเมืองมาก่อน เป็นคนหน้าใหม่ที่ต้องการก้าวเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ เราจึงมั่นใจว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคเดียวที่มีผู้สมัครที่สามารถเป็นตัวแทนของประชาชนจากคนทุกๆ กลุ่มคนได้อย่างแท้จริง” นพ.วาโย กล่าว

ด้าน นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ แพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.เชียงราย กล่าวว่า ตนเองทำงานอยู่ในวงการสาธารณสุขมาตั้งแต่ปี 2544 ปัจจุบันเป็นนายแพทย์ประจำโรงพยาบาล และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นผู้หนึ่งที่ติดตามการเมืองมาโดยตลอด ได้เห็นสภาพความเป็นไปของบ้านเมือง ทั้งปัญหาความขัดแย้งอันน่าเหนื่อยใจ และความทุกข์ยากของประชาชน โดยเฉพาะในฐานะหมอคนหนึ่ง ได้พบเจอกับคนไข้มาทุกฐานะ ทั้งร่ำรวยและยากจน ที่มีโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่แตกต่างกัน ราวฟ้ากับเหว และระบบการแพทย์ที่เป็นเรื่องของกำไร-ขาดทุน มากกว่าเรื่องสวัสดิการ และได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง จะมีใครสักคนที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้นได้ แต่สุดท้าย เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาคงามสงบแห่งชาติ(คสช.)ผ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีออกมาบังคับใช้กับประเทศนี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทนไม่ได้อีกต่อไปกับสภาพที่เป็นอยู่ และตัดสินใจว่าจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างได้แล้ว ซึ่งประจวบเหมาะกับที่มีพรรคอนค.เปิดกว้างทั้งในด้าน ความคิด โอกาส และการเป็นพรรคของสมาชิกเกิดขึ้น โดยตนมีความตั้งใจเข้ามาร่วมผลักดัน เรื่องรัฐสวัสดิการ ด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ก้าวไปสู่รัฐสวัสดิการอย่างครบวงจร ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาคกัน รวมถึง การกระจายอำนาจด้านการจัดการระบบสาธารณสุข ไปที่ระดับโรงพยาบาลอำเภอ ให้สามารถจัดการตนเองได้เหมาะสม

Advertisement

นางพัชรนันท์ นิธิยศจีรโชติ ผู้พิการโปลิโอ อดีตกรรมการบริหารสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเองต่อสู้ชีวิตด้วยตนเองมาตลอด หลายต่อหลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยให้ความสนใจกับความเสมอภาค จนรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งพรรคอนค.มีนโยบายสร้างความเสมอภาคระหว่างคนในสังคม จึงตัดสินใจเข้าสู่การเมืองอย่างเต็มตัว เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงในประเด็นต่างๆ ซึ่งไม่ใช่หมายถึงเพียงการออกและบังคับกฎหมาย เพื่อให้ทุกหน่วยงานจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ การเข้าถึงงาน การจัดสวัสดิการที่เหมาะสม และความเสมอภาคของผู้พิการเท่านั้น แต่รวมถึง ความเท่าเทียมเสมอภาคระหว่างเพศด้วย เพราะพรรคอนค. คือ คำตอบของการเปลี่ยนแปลงประเทศ

ขณะที่ นางสุภาพ ติณรัตน์ หรือ สุภาพ ดาวดวงเด่น หมอลำชื่อดัง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.ร้อยเอ็ด เขต 4 กล่าวว่า เหตุที่สนใจการเมือง เนื่องจากตนคลุกคลีกับชาวบ้านเป็นเวลานาน เดินทางไปทำการแสดงตามที่ต่างๆ ทำให้รับรู้ถึงปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่และการเข้าถึงโอกาสด้านต่างๆ ที่เลือกพรรคอนค. เพราะเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนว่าจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง มีความตั้งใจจะยกระดับประชาชนให้เท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งตรงกับความตั้งใจของตน ที่ต้องการเห็นชาวบ้านมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะด้านการศึกษาของเด็กในชนบท ที่มีความเหลื่อมล้ำกับนักเรียนในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน และตนมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาให้พี่น้องด้วยความบริสุทธิ์ใจ