“ธีระชัย” ยันข้อวิจารณ์ พ.ร.บ.ร่วมทุนถูกต้อง ชี้รบ.รีบปล่อยผีกิจกรรมธุรกิจ

26.12.18 | 17:12 น.

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอบคุณ กรณีที่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ออกมาชี้แจงเรื่อง พ.ร.บ.ร่วมทุน ยันข้อวิจารณ์ตัวเองถูกต้อง โดยมีรายละเอียดว่า
“ขอบคุณ สคร. ที่ชี้แจงเรื่อง พรบ.ร่วมทุน แต่เป็นการยืนยันว่าข้อวิจารณ์ของผมถูกต้อง”
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงข้อวิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. …. ของผม โดยระบุว่า

“สำหรับกรณีโครงการจัดตั้งร้านค้าปลอดอากรหรือไม่ปลอดอากรในท่าอากาศยาน
จะเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามร่างพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. …. หรือไม่นั้น

จึงต้องพิจารณาจากรายละเอียดของโครงการที่หน่วยงานของรัฐจัดทำเป็นสำคัญ โดยจะต้องมีความชัดเจนถึงความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการท่าอากาศยาน

ซึ่งจะทำให้สามารถพิจารณาได้ว่าการจัดทำร้านปลอดอากรดังกล่าวมีลักษณะเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการท่าอากาศยาน ตามมาตรา 7(3) หรือเป็นกิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการท่าอากาศยาน ตามมาตรา 7 วรรคสอง ของร่างพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. …. หรือไม่

ซึ่งหากมีลักษณะที่ต้องด้วยบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย”

Advertisement

ผมขอขอบคุณในคำชี้แจง ที่ยืนยันว่าข้อวิจารณ์ของผมถูกต้อง!

กรณีโครงการใช้พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่าดิวตี้ฟรี หรือที่เสียภาษีอากรแบบปกติก็ตาม จะเข้าข่ายร่าง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ไม่ว่า มาตรา 7(3) หรือมาตรา 7 วรรคสอง ก็เฉพาะถ้าเกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ (ดูรูปร่างมาตรา 7 ที่แก้ไข)

ในเมื่อโครงสร้างพื้นฐานนั้น สามารถดำรงอยู่และเปิดทำการแต่ละวันได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น ถ้าหน่วยงานนำพื้นที่ที่เหลือ และไม่เกี่ยวกับ operation ประจำวันของโครงสร้างพื้นฐาน ไปใช้เพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นให้เช่าเปิดร้านค้าปลีก หรือสำหรับขายของหรือบริการอื่น ก็ย่อมจะตีความได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐาน

คำถามที่เหลือก็คือ มันเป็นบริการสาธารณะหรือไม่?

คำแปล public services ในดิกชันนารีหลัก 3 แหล่งนั้น บรรยายว่าเป็นบริการที่จัดทำขึ้นเพื่อเปิดให้แก่บุคคลทั่วไปในสังคมหนึ่งๆ อันเป็นการตอบสนองความต้องการของสังคมนั้น และมิใช่เพื่อแสวงหากำไร

ผมจึงเห็นว่า ไม่เป็นการยาก ที่หน่วยงานจะจัดทำโครงการที่บรรยายตัดขาดออกมาจาก operation ของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมกับแสดงว่าเป็นกระบวนการหากำไร เพิ่มรายได้จากทรัพย์สินที่เหลือ เพื่อประโยชน์แก่หน่วยงาน และมิใช่บริการสาธารณะที่เปิดให้แก่บุคคลทั่วไปในละแวกนั้น โดยผู้ที่รับบริการจะมีแต่ผู้โดยสารหรือผู้ที่เข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น

กรณีบรรยายอย่างนี้ ผมเห็นว่าจะทำให้กิจกรรมเชิงธุรกิจส่วนนี้ หลุดรอดออกไปจากร่าง พรบ.ร่วมทุนฯ ของรัฐบาล ทางประตูผีและเนื่องจากสามารถลามปามไปยังการให้เช่าที่เพื่อการพาณิชย์ได้หมด ไม่ว่าที่ดินของ รฟท. ทั่วประเทศ ที่ดินของ ยสท. ที่ดินของการท่าเรือ ที่ดินอุทยาน และแม้แต่ที่ดินในครอบครองของทหารที่ให้เช่าเพื่อการเกษตร โกดัง ฯลฯ จึงเป็นการปล่อยผีครั้งใหญ่

ร่าง พรบ.ร่วมทุนของรัฐบาล จึงทำให้เรื่องเหล่านี้หลุดออกไปจากกติกากำกับควบคุม ที่มีไว้เพื่อให้แน่ใจว่า รัฐได้รับประโยชน์จากค่าเช่าอย่างเป็นธรรม และป้องปรามการหาประโยชน์ส่วนตนหลุดลอยออกไป เป็นรัฐอิสระ ขึ้นอยู่กับบอร์ดหรือหัวหน้าหน่วยงานเท่านั้น

ผมขอบคุณคุณประภาศ ที่กรุณาติดตามเฟซบุ๊ค และท่านคงเห็นว่าผมห่วงใยในบ้านเมือง จึงได้ให้ความสำคัญแก่ข้อวิจารณ์ของผม และให้ข้อมูลแก่สาธารณะอันเป็นประโยชน์แต่ผู้ที่นิ่งเงียบ ที่สมควรจะชี้แจงแถลงไข แต่กลับนั่งเฉย คือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและ รมว.คลัง ซึ่งเป็นเรื่องแปลกและไม่เหมาะสม เพราะสิ่งที่ท่านเสนอต่อ ครม. และต่อ สนช. นั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นการเขย่านโยบายการกำกับเรื่องที่เอกชนใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินและสิทธิของรัฐ อย่างสิ้นเชิง

จากเดิมการกำกับ ใช้หลักของขนาดของโครงการ (Threshold) กล่าวคือ ให้ยกเว้นเฉพาะที่มีมูลค่าไม่ถึง 1 พันล้านบาท เพื่อความคล่องตัวท่านได้เสนอนโยบาย เปลี่ยนไปใช้หลักของวิธีการใช้พื้นที่ และวิธีการใช้งานของโครงการ (Type of mission) ที่ปล่อยผีกิจกรรมในเชิงธุรกิจทั้งหมด ไม่ว่าขนาดเท่าใด เก็บไว้แต่เฉพาะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ

นโยบายใหม่ของท่าน ปล่อยผีกิจกรรมธุรกิจได้ทั้งหมด เพียงแต่หาทางบรรยายให้ได้ว่า มิได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน หรือบริการสาธารณะท่านจึงมีหน้าที่ต้องขี้แจงให้ประชาชนรับทราบว่า เหตุผลคืออะไร? ประชาชนได้ประโยชน์อันใด? และมีการเร่งให้กฎหมายผ่านสภา เพื่อจะเสนอ ทีโออาร์ ดิวตี้ฟรี ก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่?
ขอเชิญผู้ที่สมควรทำหน้าที่สำคัญเหล่านี้ ไสช้างออกมาจากใต้ร่มไม้ได้แล้วครับ