พลันที่ข่าวลือเรื่อง “เลื่อน”การเลือกตั้งออกไปจากเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิความรู้สึกในทางสังคมเผชิญกับ “ข่าวลือ” นี้อย่างเยือกเย็น
ไม่ปรากฏความแปลก ประหลาดใจเท่าใดนัก คล้ายกับจะยอมรับว่ามีความเป็นไปได้
โดยเฉพาะหากเลื่อนจากกุมภาพันธ์ไปพฤษภาคม
กระนั้น ความรู้สึก 1 ล้วนทอดมองไปยังกกต. ประสานกับอีกความรู้สึก 1 คือความเป็นไปได้ที่กกต.จะทำไปตามใบสั่งอันมา จากคสช.
ความรู้สึกเช่นนี้มากด้วยความอ่อนไหว เปราะบาง ละเอียด ประณีตยิ่งในทางการเมือง
เท่ากับไม่ไว้วางใจ เท่ากับขาดความเชื่อมั่น
ภายหลังการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ความรู้ สึก “ร่วม”ในสังคม ตระหนักในความไม่พร้อมของคสช.และของรัฐ บาลในเรื่องการเลือกตั้งอย่างเป็นด้านหลัก
เห็นได้จากการทอดระยะพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้มีผลบังคับใช้ช้าออกไปอีก 90 วัน
นั่นก็คือ การเลื่อนโรดแมปโดยกระบวนการทางกฎหมาย
เห็นได้จากการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 ตาม มาด้วยคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 13/2561 และตามมาด้วยคำสั่ง หัวหน้าคสช.ฉบับที่ 16/2561
อันล้วนสะท้อนความไม่พร้อมที่จะเข้าไปสู่สนามเลือกตั้งของทางด้านคสช.และรัฐบาลอย่างเป็นด้านหลัก
ความไม่พร้อมจึงมิได้มาจาก “พรรคการเมือง”
ความเป็นจริงทั้งหมดนี้ทุกพรรคการเมืองที่มิได้เป็นพรรคคสช.ล้วนรับรู้และเข้าใจในความไม่พร้อมของคสช.และของรัฐบาล
สรุปแล้ว ปัญหามาจาก 1 คสช. และ 1 รัฐบาล
ทำไมทุกพรรคการเมืองที่มิได้เป็น “พรรคคสช.”จึงเยือกเย็นอย่าง ยิ่งต่อความพยายามเตะถ่วง หน่วง รั้ง การเลือกตั้ง
คำตอบ 1 เพราะเข้าใจข้อจำกัดของคสช.และรัฐบาล
คำตอบ 1 เพราะรู้อยู่เป็นอย่างดีว่าถึงจะเตะถ่วง หน่วง รั้งอย่างไร ก็จะต้องเกิดขึ้นภายในปี 2562 ไม่มีหนทางเลือกอื่นเหลืออยู่อีกแล้ว
ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่คสช.และรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ

