ว่าไปกระแสจากข้อเขียนเรื่อง “ผมมี 8 เหตุผลที่ผมไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีก” ของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หรือเรียกกันว่า “หม่อมอุ๋ย” นั้น ไม่ควรจะซาลงแค่คำถามกลับของ “พล.อ.
ประยุทธ์” ที่ว่า “ไปถามเขา ว่าเขาหวังผลอะไร” และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะชี้ว่าเป็นการ “พูดส่งเดช” พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกมายืนยันว่า “นายกรัฐมนตรีคิดแต่สิ่งดี”
เพราะ 8 เหตุผลที่ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร” ยกขึ้นมาเสนอจนเกิดการพูดถึงกระหึ่มไปทั่วนั้น คงมองว่าเป็นแค่ “เกมการเมือง” ไม่ได้
เพราะ “หม่อมอุ๋ย” ไม่มีภาพที่ชัดเจนว่าทำงานการเมืองเพื่อสนองฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เนื้อหาของทั้ง 8 เหตุผลที่ “หม่อมอุ๋ย” นำเสนอมายาวเหยียด อันสรุปเป็นหัวข้อได้ว่า
หนึ่ง – “ขาดวินัยการคลัง” ใช้เงินในอนาคตทำให้ประเทศอ่อนแอ
สอง – แอบตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งจะสร้างผลเสียอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของชาติ
สาม – ผูกมิตรกับจีนมากเกิน จนจะเกิดขึ้นจากการสร้างอาณานิคมในมิติของเครือข่ายทางการค้า
สี่ – ทำให้ทหารมีอภิสิทธิ์เหนือพลเรือน นานไปก็มีผลให้ประชาชนทั่วไปไม่ชอบทหารมากขึ้น
ห้า – สนิทสนมและใกล้ชิดกับนายทุนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี
หก – ไม่กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ควรทำเพราะกลัวเสียคะแนนนิยม การปฏิรูปในเรื่องต่างๆ จะเดินหน้าต่อไปได้ยาก
เจ็ด – จะต้องทำหน้าที่ประธานของที่ประชุมผู้นำ ASEAN มีโอกาสที่คนไทยจะต้องอับอายขายหน้าอีกครั้ง เป็นคนที่ไม่มีวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์
แปด – คนไทยก็คงต้องทนฟังการพูดภาษาไทยที่ขัดหู รวบคำ และแข็งกระด้าง และต้องนั่งเป็นห่วงว่าเยาวชนอาจเลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดีนั้น
ทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ระดับที่ต้องหาสอบทานกันอย่างจริงจัง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงจะเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างมหาศาล
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่จบลงง่ายๆ ด้วยแค่คำปฏิเสธที่ไม่มีข้อมูลอะไรออกมากล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงส่งท้ายปี และความสนใจของคนในประเทศยังเป็นเรื่องความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ ที่เพิ่งคลายจากล็อกตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ประเด็นที่เป็นสาระใหญ่ในความเป็นไปของประเทศอย่างที่ “หม่อมอุ๋ย” ยกมา จึงเงียบลงไปก่อน
แต่คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเงียบกันไปเลย
เรื่องราวทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นเหมือนระเบิดที่จุดชนวนไว้แล้ว รอแต่เวลาที่จะปะทุขึ้นอีกครั้ง
โอกาสที่จะเป็นประเด็นขึ้นมาย่อมเป็นไปได้สูง หากการต่อสู้ทางการเมืองยังเป็น “การสืบทอดอำนาจ” กับ “การต่อต้านสืบทอดอำนาจ”
การหยิบยก “8 เหตุผลของหม่อมอุ๋ย” ขึ้นมาตั้งคำถาม หาคำตอบย่อมเป็นอาวุธสำคัญของฝ่ายต่อต้านสืบทอดอำนาจ เพราะนอกจากจากเป็นเรื่องที่มีกระแสอยู่แล้ว ยังเป็นเรื่องใหญ่ระดับ “ความเป็นความตายของประเทศ” ที่สามารถนำมาอ้างว่ามีความจำเป็นต้องเคลียร์ให้เกิดความชัดเจนได้อย่างมีเหตุมีผล
ด้วยเหตุนี้เอง ที่จะทำให้หลังเทศกาลฉลองปีใหม่อันเป็นวันหยุดยาว
ชื่อของ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” จะยังอยู่ในกระแสร้อนแรงบนเวทีปราศรัยทางการเมือง
การ์ตอง

