เหมือนกับ “แถลง” อันมาจากรัฐบาลและคสช.กับของสำนักงาน กกต.ในเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งจากที่เคยเชื่อกันว่าวันที่ 24 กุมภาพันธ์เป็นวันอื่น
จะเป็นคนละเรื่อง
เพราะเสียงของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เมื่อประสานเข้ากับเสียงของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ยังยืนยันวันที่ 24 กุมภาพันธ์
แต่เสียงของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต.ต่าง ออกไป
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ คือวันที่มีความพร้อม
“แต่การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นดุลพินิจของกกต.ที่จะต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ”
หากฟัง “น้ำเสียง” ของเลขาธิการอันอยู่ในลักษณะเป็นตัวแทน สำนักงานกกต.เป็นอันเชื่อได้เลยว่า
มีความเป็นไปได้สูงที่การเลือกตั้งจะต้อง”เลื่อน”
นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปทุกสายตาไม่ว่าจะจากพรรคการ เมือง ไม่ว่าจะจากชาวบ้านมีความจำเป็นต้องล้างหูคอยรับฟังว่า กกต.จะมีเหตุผลอย่างไรในการเลื่อนการเลือกตั้ง
เพราะหากฟังจากคสช.และรัฐบาลก็มีความพร้อม
เพราะหากฟังจากพรรคการเมืองอย่างพรรคพลังประชารัฐ อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทย อันถือได้ว่าอยู่ในปีกรัฐบาล ปีกคสช.
ก็ยังยืนยันที่จะเข้าเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์อย่าง เต็มเปี่ยม
มิได้มีความต้องการ “เลื่อน” การเลือกตั้งแต่อย่างใด
สถานะของกกต.จึงกำลังเข้าไปอยู่ในสถานะเดียวกันกับ ป.ป.ช.มากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
นั่นก็คือ จะมีความเป็นอิสระมากน้อยเพียงใด
อย่าได้แปลกใจหากภายหลังแถลงในเรื่อง”นาฬิกา”หรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช.เป็นอย่าง ไรในความเห็นของสังคม
ความเชื่อมั่นตกวูบในลักษณะ “ติดลบ”
อย่าได้แปลกใจหากว่า พลันที่การเลือกตั้งมิได้เป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ หากเป็นวันอื่น
ภาพลักษณ์ของ”กกต.”จะเป็นอย่างไร

