หน้าแรก การเมือง สัมภาษณ์ : อภ...

สัมภาษณ์ : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หวังเลือกตั้งบริสุทธิ์-ยุติธรรม

2.01.19 | 13:00 น.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

⦁ประเมินสถานการณ์การเมืองในปี 2562 จะเป็นอย่างไร
ผมคิดว่าทุกคนก็มุ่งสู่ประเด็นของการเลือกตั้ง แต่ก็อาจจะมีปัญหาอยู่ว่าทางรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการใช้อำนาจที่ทำให้คนวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะไม่เป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ หากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการเลือกตั้งและมีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่เรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าความสนใจของประชาชนจะอยู่ที่การแข่งขัน ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ประชาชนคาดหวังว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ และการเมืองที่จะต้องกลับเข้าสู่ภาวะที่ปกติ ถ้าเรามีการเลือกตั้งที่เป็นธรรม มีการยอมรับก็ถือว่าประสบความสำเร็จในขั้นที่หนึ่ง ต่อจากนั้นคือขั้นที่สอง การใช้อำนาจของวุฒิสภา (ส.ว.) จะเป็นอย่างไร เพราะ ส.ว. 250 คน ถ้าไปใช้อำนาจในลักษณะที่สวนทางกับการตัดสินใจของประชาชนก็เสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้ง ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปได้ บรรยากาศก็จะเข้าสู่ภาวะที่ประชาชนที่เขาอยากจะเห็นการตั้งต้นใหม่ ในการเดินหน้าของรัฐบาลที่มาจากการเลือกของเขาส่วนประเทศจะไปได้ดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในอนาคตแล้วว่าสามารถที่จะดำเนินการหาเสียงได้หรือไม่ จะมีปัญหาในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นใช้อำนาจในทางมิชอบอีกหรือไม่

⦁ปีใหม่นี้รัฐบาลน่าจะให้ของขวัญอะไรกับประชาชนบ้างนอกจากการแจกเงิน
รัฐบาลควรทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ยืนยันที่จะให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชนน่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ที่เริ่มต้นพุทธศักราช 2562 ได้ดีที่สุด ซึ่งรัฐบาลก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วที่จะทำอะไรต่อจากนี้ดังนั้น สิ่งสำคัญที่มีความจำเป็นจะต้องแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและอุปสรรค เป็นภาระต่อไปในอนาคตก็ควรจะเร่งทำ เพราะมีทั้งคำสั่งหัวหน้า คสช. การเร่งแก้กฎหมายบางเรื่องที่มีลักษณะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะคราว แต่หลังการเลือกตั้งก็อาจจะต้องมีการออกกฎหมายมาแก้ไขสิ่งเหล่านี้อีก ตรงนี้ถ้ารัฐบาลและ คสช.สามารถสะสางได้ด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดี

⦁ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลและ คสช. เขาควรทำอย่างไร เพื่อให้ประเทศไม่มีปัญหาเป็นรอยต่อไปยังรัฐบาลหน้า
รัฐบาลมีเวลาอีกแค่ 2 เดือนกว่าๆ เท่านั้นเอง ถ้านับจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น หลังจากนั้นแล้วจะเป็นสภาวะที่คนเขารอคอยรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งรูปร่างหน้าตาก็จะชัดเจนเมื่อหลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว การวางรากฐานที่ดีก็เริ่มจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ และสิ่งสำคัญคือ นโยบายต่างๆ ถ้าจะสร้างภาระ หรือสร้างความไม่เป็นระบบแก่รัฐก็ควรจะเลี่ยง หรือหยุด แต่อะไรที่คิดว่าพอจะแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้นก็ยังมีเวลาทำ    แต่มันก็ไม่มากแล้ว

⦁ในส่วนของ ปชป.มีอะไรบ้างที่จะให้เป็นของขวัญให้กับประชาชนบ้าง
เราคิดว่านโยบายที่เรานำเสนอในการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นของขวัญที่ดีกับประชาชน และหวังว่าจะเป็นสิ่งที่ประชาชนก็ต้องการ ซึ่งหากให้โอกาสเราได้ทำ เราก็จะนำนโยบายต่างๆ ไปปฏิบัติให้เป็นจริงและเกิดประโยชน์ โดยการหาเสียงของพรรค ปชป.เราก็คงต้องทำทุกรูปแบบที่สามารถทำได้ การลงพื้นที่ก็ยังจำเป็น การสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ แน่นอนที่สุดคือสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร นโยบาย จุดยืนทางการเมือง ผู้สมัครที่มีคุณภาพ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราต้องนำเสนอไปพร้อมๆ กัน

⦁การเลือกตั้งในครั้งนี้มองหรือคาดหวังว่าการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเป็นทิศทางใด
คิดว่ากติกาที่ออกมาในช่วงนี้ต้องชัดเจนในระดับหนึ่งเพื่อความเป็นธรรม แต่ว่าขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายใหญ่ว่า ครั้งนี้คือการเลือกตั้งที่ประชาชนอยากมีส่วนร่วม ยกตัวอย่างเช่น การพูดถึงการหาเสียงที่จะต้องทำผ่านสื่อ หลักการอาจจะใช่ แต่ต้องให้โอกาสทุกพรรคเท่าเทียมกัน แต่คำว่าเท่าเทียมกันก็ต้องมาดูว่าคืออะไร พรรคที่ส่งผู้สมัครครบ กับพรรคที่ส่งผู้สมัครเพียงบางส่วน อย่างนี้ก็ต้องมีความแตกต่างกันในเรื่องของการจัดสรรเวลา หรือต้องให้โอกาสกับสื่อให้ได้ใช้วิชาชีพของเขาได้ตัดสินใจ ในการที่พรรคการเมืองจะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ ถ้าสื่อเอามา 50 พรรคการเมืองทั้งหมดที่มีอยู่ ก็จะไม่มีใครดู เป็นต้น แต่นี่คือหลักความเป็นธรรม

Advertisement

ทั้งนี้ ในเรื่องของการตัดสินใจในการเลือกตั้ง ประชาชนจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีส่วนร่วม มีความสนใจสูง และที่สำคัญ คือ หลักความเป็นจริงในโลกของสังคมออนไลน์ กกต.หรือใครก็ตาม ก็ไม่มีอำนาจที่จะสามารถไปควบคุมได้ ใครก็ตามที่จะผลิตข้อความ ส่งข้อความ หรือแชร์ข้อความ ทำได้ทั่วไป เพราะฉะนั้นจะออกกฎระเบียบอะไรก็ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงด้วย ถ้าไปคิดคิดว่าจะไปสั่งใครก็ตาม ลบข้อความที่โพสต์เอาไว้ทั้งหมดมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกพาดพิง และผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ตรงนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่า

⦁ในฐานะผู้นำพรรคการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งเป้าจะพา ปชป.ไปยืนอยู่จุดสูงสุดอย่างไร
ผมตั้งใจว่าเมื่อเราจะเป็นหลักให้กับประเทศ ต้องทำงานโดยให้มี ส.ส.ให้มากที่สุด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ และเอาอุดมการณ์และนโยบายที่ตอบสนองปัญหาของประเทศได้ในอนาคต ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง นี่คือหน้าที่ของผมในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.

ปชป.ยังไม่ฟันธงถึงการตั้งเป้ากวาดเก้าอี้ ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้จำนวนเท่าใด เนื่องจากมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยขอเวลาดูช่วงเปิดรับสมัครก่อนว่าจะมีพรรคการเมือง ผู้สมัครจำนวนเท่าไหร่ เพราะเท่าที่ฟังดูแม้จะมีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนแล้ว 90 กว่าพรรค แต่พรรคที่สามารถส่งผู้สมัครได้จำนวนมาก ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น เนื่องจากกฎหมายมีข้อกำหนด และหลายพรรคประกาศชัดว่าจะไม่ส่งผู้สมัครครบทุกเขต ทั้งนี้ หากคิดตามตัวเลขเดิมที่ ปชป.เคยได้จำนวน 160 ที่นั่ง ด้วยการนำคะแนนดิบที่พรรคเคยได้ 9.8 ล้านเสียงมาเป็นฐาน และคำนวณตามระบบสัดส่วนปันส่วนผสมที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะออกมาที่ 140 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้มีจำนวนคู่แข่งเพิ่มขึ้นมากก็ต้องดูว่าจะรักษาฐานเสียงไว้ได้แค่ไหน

จำนวน 140 ที่นั่งเป็นตัวเลขอ้างอิง หากทำได้เยอะกว่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ถ้าถอยลงมาระดับหนึ่งคนก็คงไม่แปลกใจเพราะคู่แข่งเยอะ แต่คงไม่ถอยเยอะ ผมว่าทางบวกมีมากกว่าทางลบ มั่นใจได้เลยว่าไม่มีต่ำกว่าร้อยแน่นอน หน่วยงานไหนที่มาปรามาสว่า ปชป.จะต่ำร้อยให้ไปดูแลพรรคที่อิงกับผู้มีอำนาจจะดีกว่าว่าจะทำให้ถึงร้อยที่นั่งได้หรือไม่ ที่ผมมั่นใจว่าจะได้เกินร้อยเพราะมีคำตอบให้กับประชาชนสำหรับประเทศหลังการเลือกตั้งที่ดี

ผมว่าประชาชนไม่ต้องการอยู่ในสภาพแบบนี้ เขาไม่ต้องการวนเวียนอยู่กับการทุจริตคอร์รัปชั่น จนเกิดการปฏิวัติและได้ทำการบ้านกับปัญหาเหล่านี้มาอย่างเต็มที่ จึงมั่นใจว่ามีคำตอบให้กับประชาชน เพราะนโยบายไม่ได้แช่แข็งอยู่ที่เดิม แต่มันเป็นไปตามสภาพปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง