มูลนิธิประชาปลอดภัย ชี้ 7วันอันตรายปีใหม่ 62 ยอดตายทะลุปีที่แล้วเกือบ 10% ชง 4 ข้อ รื้อศปถ. เหตุล้าหลัง ทำซ้ำซากจนโรคทางถนนดื้อยา
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายนิกร จำนง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย กล่าวถึงจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า ช่วง 7 วันอันตรายปีนีมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากถึง 463 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 40 ราย หรือ 9.46% ซึ่งถ้าหากนับ 30 วันตามเกณฑ์มาตรฐานสากล เชื่อว่าจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 600 คนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปีนี้รัฐบาลจะมีมาตรการครอบคลุมตามสมควร ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างก็ได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ แต่ก็คุมสถานการณ์ความสูญเสียไม่ได้ จำเป็นต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขมาตรการกันใหม่ ไม่ใช่ทำซ้ำซากเหมือนอย่างที่เริ่มตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) มาตั้งแต่เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เพราะปัจจุบันนี้มีรถจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้น ถนนก็เพิ่มความยาวขึ้น การใช้มาตรการแบบเดิมก็เหมือนกับโรคดื้อยา แต่ยังใช้ยาเก่ารักษาอยู่ ไม่มีทางที่จะคุมความเสียหาย บาดเจ็บ ล้มตาย จากโรคอุบัติเหตุทางถนนนี้ได้ จึงสมควรที่จะขยายการติดตามความสูญเสียให้มากกว่า 7 วันอันตรายโดยเพิ่มเป็นราย 3 เดือนแล้วเสนอ ครม.เพื่อดำเนินการตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนตลอดทั้งปี
นายนิกรกล่าวว่า มูลนิธิเสนอปรับปรุงมาตรการช่วงวันหยุดยาวใหม่ 1.ควรกำหนดช่วงเวลาวันหยุดยาวเทศกาลต่างๆ ให้เหมาะสมและปลอดภัย โดยมีช่วงเวลาพักผ่อนก่อนการเดินทางกลับหลังการเฉลิมฉลองอย่างน้อย 1 วัน เช่นที่มีตัวอย่างของปัญหาในปีนี้ คือมีการเคาต์ดาวน์ปีใหม่แล้วรุ่งเช้าเดินทางกลับมาทำงานในวันที่ 2 มกราคม ทันที จึงทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียแล้วเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ทำให้สูญเสียอย่างมาก อย่างปีที่เกิดขึ้นแล้วใน 2 วันสุดท้าย ซึ่งในปีนี้ถ้าเปลี่ยนระยะวันหยุดจากวันที่ 27 ธันวาคม แล้วเปิดทำงานวันที่ 2 มกราคม เป็นเริ่มหยุดวันที่ 28 ธันวาคม แล้วเริ่มทำงานวันที่ 3 มกราคม ก็เชื่อว่าจะไม่สูญเสียมากมายอย่างนี้ 2.รัฐบาลควรจัดให้มีมาตรการที่พักระหว่างทางเฉพาะกิจในเส้นทางต่างๆ ทั่วประเทศในช่วงเทศกาลหยุดยาว โดยใช้สถานที่ราชการจัดการให้สะดวก ปลอดภัย และประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ล่วงหน้า เพื่อให้อยู่ในแผนการเดินทาง ประชาชนที่เดินทางจะได้จอดพักนอนระหว่างทางได้ อันจะเป็นการลดอุบัติเหตุรุนแรงจากการอ่อนเพลีย และหลับในจากการเดินทางได้
นายนิกรกล่าวว่า 3.การกำกับดูแลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จากประสบการณ์ที่เคยกำกับดูแลในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ อยู่ 5 เทศกาล ใน 3 ปี ต้องให้ผู้ใหญ่ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีผลัดกันลงมากำกับดูแลทุกวันอย่างใกล้ชิด ทำการวิเคราะห์สถานการณ์ในแต่ละวัน เพื่อการพิจารณาสั่งการ ปรับปรุง แก้ไข มาตรการได้อย่างทันท่วงที และ 4.สมควรดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรีได้เคยสั่งการเอาไว้ คือ ต้องสรุปรวมตัวเลขความสูญเสียจาก 3 ฐานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเป็นรายไตรมาส เพื่อดำเนินนโยบายแก้ปัญหาความปลอดภัยทางถนนตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ทำงานด้านความปลอดภัยเฉพาะในช่วง 7 วันอันตรายรวมปีละเพียง 14 วันเท่านั้น

