“สุดารัตน์” เผย “เพื่อไทย” รอฟัง เลือกตั้งวันไหน เลือกเมื่อไรก็พร้อม ระบุ นโยบายพรรคจะแตกต่าง-ไม่ลดแลกแจกแถม ยัน พรรคทำงานเป็นทีม ไม่แข่งกันเอง แจง เป็นคนชวน-สนับสนุน “ชัชชาติ” มาร่วมงาน แล้วจะปิดทางทำไม หากพรรคชู “ชัชชาติ” เป็นนายกฯ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มกราคม ที่ศูนย์ประสานงานเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เขต 8 กรุงเทพมหานคร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีอาจมีการเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ออกไป จะส่งผลกระทบต่อพรรคหรือไม่ ว่าคงไม่กระทบ พรรค พท.มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่ว่าวันเลือกตั้งจะเร็วขึ้นหรือช้าลงก็ไม่มีปัญหา เพราะเราทำงานต่อเนื่อง มีการเตรียมการเรื่องพื้นที่ นโยบาย และยุทธศาสตร์ไว้หมดแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวสั้นๆ ว่า “เราก็รอฟัง ไม่ว่าเลือกตั้งเมื่อไร เราก็พร้อม”
เมื่อถามถึงการเปิดตัวนโยบายของพรรค พท. คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรามีแผนงานของเรา โดยพรรคเปิดตัวแคมเปญแรกเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังคงดำเนินการในแคมเปญนี้อยู่ เพื่อชี้ให้เห็นว่าจากการบริหารงาน 4-5 ปีที่ผ่านมา ปัญหาของประชาชนในเวลานี้มีความยากลำบากอย่างไร โดยพรรค พท.ให้ความมั่นใจว่าประสบการณ์ของพรรค 17 ปี แม้จะถูกยุบพรรค รวมถึงประสบการณ์ของคนทำงาน จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีคนทำงานที่สามารถแก้ไขได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้เปิดนโยบายมากนัก เพราะเห็นว่าทุกพรรคจะออกนโยบายลดแลกแจกแถม แต่เราอยากให้ประชาชนยืนอยู่บนขาของตัวเองได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เรายังผลักดันให้เกิดการคว้าโอกาสในโลกยุคใหม่มาให้แก่คนไทย โดยหลังจากนี้ เฟสต่อไปเราจะบอกว่าพรรค พท.จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร เมื่อถามว่า หลังการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง พรรคจะมีความชัดเจนเรื่องนโยบายใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ใช่ โดยเราได้วางช่วงเวลาของการทำแคมเปญ แต่หากมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป คงต้องพิจารณาว่าจะเปิดนโยบายในห้วงเวลาไหนจึงจะเหมาะสม เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคพท.ถูกโจมตีเรื่องการทำนโยบายโดยขาดวินัยการเงินการคลัง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นข้อโจมตี แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตัวเลขสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครใช้เงินแบบไม่มีวินัยการเงินการคลัง ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันน่าจะมีปัญหาเรื่องนี้มากกว่า
“คนที่มากล่าวหานั้น ท้ายที่สุดก็ไม่มีวินัยการเงินการคลังมากกว่าด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่สำคัญคือเราให้คำสัญญาว่าเรามีวินัยการเงินการคลังแน่นอน และนโยบายจะแตกต่างจากนโยบายที่กำลังพยายามลดแลกแจกแถม ที่ผ่านมา เราไม่เคยจ่ายเงินแบบให้เปล่าโดยไม่มีการไปสร้างให้เกิดรายได้ เราจะใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเงินที่เราใส่ลงไปจะกลับมาสร้างรายได้และสร้างสินทรัพย์ใหม่ให้กับประชาชน เราจะแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ ไม่ใช่แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ใหม่” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรค พท.อาจให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สมาชิกพรรค ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขณะนี้เราทำงานกันเป็นทีม และตนเป็นผู้ชวนนายชัชชาติมาทำงานด้วยตัวเอง เพราะนายชัชชาติเคยทำงานในรัฐบาลที่แล้ว และเป็นคนทำงานดี มีความสามารถ ทั้งนี้ ทีมเศรษฐกิจของพรรค มี 2-3 คน โดยจะเน้นเรื่องการสร้างรายได้ เช่น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จะดูเรื่องการยกระดับรายได้ขั้นพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ดูเรื่องการเกษตร ส่วนนายชัชชาติจะดูเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
“คิดว่าเหมาะสมที่จะใช้ภาพการทำงานเป็นทีม และถ้ามีการเสนอชื่อนายกฯ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร หากจะมีการสนับสนุนผู้ที่ทำงานให้ออกมาในลักษณะเป็นทีมงาน ดังนั้น ความพยายามที่บอกว่าวันนี้เหมือนจะมาแข่งกัน ในข้อเท็จจริง ดิฉันเป็นคนเชิญคุณชัชชาติมาเอง เราจึงมีแต่สนับสนุนซึ่งกันและกันในการทำให้พรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง”
เมื่อถามว่า จะไม่ปิดทางใช่หรือไม่ หากพรรค พท.สนับสนุนนายชัชชาติขึ้นบัญชีเป็นนายกฯ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า “ดิฉันเป็นคนไปเชิญและเป็นคนสนับสนุนคุณชัชชาติ ถ้าไปปิดทางคุณชัชชาติ แล้วดิฉันจะเชิญมาทำไม”

