น.2รายงาน : อียูปลดล็อกไอยูยูไทย ชูเป็นต้นแบบภูมิภาคเอเชีย

หมายเหตุ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “คณะกรรมาธิการยุโรปปลดใบเหลืองให้แก่ประเทศไทยในการร่วมต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย” ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 8 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น มีเนื้อหาสำคัญดังนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปถอดชื่อไทยออกจากกลุ่มประเทศที่ได้รับการประกาศเตือน เพื่อรับรองความคืบหน้าของไทยในการจัดการกับการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ ไอยูยู (IUU)

โดยคณะกรรมาธิการยุโรปตระหนักว่าไทยได้ประสบความสำเร็จในการจัดการกับข้อบกพร่องในระบบกฎหมายและระบบการบริหารด้านการประมงของไทย ด้วยเหตุนี้สหภาพยุโรปได้ปลดใบเหลืองให้แก่ไทย

ซึ่งสหภาพยุโรปได้ออกใบเหลืองตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2558 เพื่อประกาศเตือนว่าไทยไม่ได้จัดการกับการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมอย่างเพียงพอ การตัดสินใจในวันนี้ได้กลับทิศทางของกระบวนการที่อาจนำไปสู่การห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงจากไทยมายังสหภาพยุโรปอย่างสิ้นเชิง

นายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และการประมง กล่าวว่า “การทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุมสร้างความเสียหายต่อมวลปลาทั่วโลกและผู้ประกอบอาชีพประมง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเปราะบางต่อความยากจน

ดังนั้นสหภาพยุโรปจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้พวกเรามีหุ้นส่วนใหม่ที่มุ่งมั่นในการร่วมต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย”

นับตั้งแต่มีการออกใบเหลือง คณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศไทยได้ร่วมกระบวนการความร่วมมือและการหารืออย่างมีประสิทธิผล อันนำไปสู่การยกระดับการอภิบาลการประมงไทยครั้งใหญ่ให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย

ไทยได้แก้ไขกรอบกฎหมายด้านการประมงให้สอดคล้องกับตราสารกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ และได้สนับสนุนการปฏิบัติตามพันธกรณีของรัฐเจ้าของธง รัฐเจ้าของท่าเรือ รัฐชายฝั่ง และรัฐเจ้าของตลาด

รวมไปถึงการให้คำนิยามที่ชัดเจนในกฎหมายประมงไทย และการกำหนดบทลงโทษที่สามารถยับยั้งการกระทำผิด นอกจากนี้ไทยได้เสริมกลไกการควบคุมเรือประมงในประเทศและยกระดับระบบการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง ซึ่งรวมไปถึงการติดตามกิจกรรมการทำประมงจากระยะไกล และระบบการตรวจสอบที่ท่าเรืออย่างเข้มงวด

ด้วยมาตรการเหล่านี้รัฐบาลไทยมีนโยบายที่จำเป็นในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

ไทยมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกด้านผลิตภัณฑ์ประมง อุตสาหกรรมประมงแปรรูปของไทยพึ่งพาวัตถุดิบจากมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก

ในฐานะที่ไทยเป็นภาคีต่อความตกลงองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติว่าด้วยมาตรการของรัฐ เจ้าของท่าเรือไทยได้เสริมสร้างการควบคุมการเทียบท่าเรือของเรือประมงต่างชาติในบริเวณท่าเรือไทย และเสริมความร่วมมือกับรัฐเจ้าของธงในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก

ดังนั้น การเสริมสร้างระบบกฎหมายและระบบการบริหารด้านการประมงของไทยจึงสร้างผลทวีคูณให้ความยั่งยืนสากลด้านทรัพยากรการประมง

คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้ตระหนักถึงความพยายามของไทยในการต่อต้านการค้ามนุษย์และการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานภาคประมง

ถึงแม้ว่าประเด็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรงและปัญหาแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมการประมงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการหารือด้านการประมงการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้ การควบคุมในระดับทวิภาคี

แต่คณะกรรมาธิการและกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรปได้มีการหารือกับเจ้าหน้าที่ทางการไทยในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ไทยได้มีมติเห็นชอบการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization-ILO) ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคการประมง (C188) โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่ได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาดังกล่าว

คณะกรรมาธิการยุโรปขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลไทยสำหรับความมุ่งมั่นดังกล่าว และพร้อมให้การสนับสนุนไทยในการมุ่งสู่การเป็นแบบอย่างให้กับภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะผ่านกรอบความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสหภาพยุโรปกับไทย

คณะกรรมาธิการยุโรปจะทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิดในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และส่งเสริมสภาพงานที่มีคุณค่าในอุตสาหกรรมภาคการประมง

ข้อมูลเบื้่องต้น มูลค่าการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 10-20 พันล้านยูโรต่อปี (4-8 แสนล้านบาทต่อปี โดยประมาณ)

โดยในแต่ละปี มีการจับปลาโดยผิดกฎหมายเป็นจำนวน 11-26 ล้านตัน คิดเป็นอย่างน้อยร้อยละ 15 ของการทำประมงทั่วโลก สหภาพยุโรปเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงรายใหญ่ที่สุดในโลก

การต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของสหภาพยุโรป ภายใต้นโยบายการประมงร่วมเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การต่อต้านการประมงผิดกฎหมายยังเป็นเสาหลักสำคัญของยุทธศาสตร์ของสหภาพยุโรปว่าด้วยสมุทราภิบาล โดยมุ่งพัฒนาหลักสมุทราภิบาลสากล

การตัดสินใจของคณะกรรมาธิการยุโรปอยู่บนกฎระเบียบไอยูยูของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 กฎระเบียบนี้ให้หลักประกันว่าผลิตภัณฑ์ประมงที่ผ่านการรับรองว่าถูกกฎหมายเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปได้

กระบวนการของสหภาพยุโรปว่าด้วยการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าร่วมหารือและให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่สาม

กรอบการหารือดังกล่าวมักนำไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนอย่างแน่นแฟ้นในการต่อต้านการทำประมงไอยูยู ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2555 เป็นต้นมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้หารืออย่างเป็นทางการกับประเทศที่สามจำนวน 25 ประเทศ (ประเทศที่ได้รับใบเหลือง)


ซึ่งได้รับการตักเตือนให้มีมาตรการในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เมื่อประเทศเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้า คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถยุติการหารือ (หรือการให้ใบเขียว)

สำหรับบางประเทศที่ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จำเป็นต่อการปฏิรูปการประมง ผลิตภัณฑ์ประมงที่จับโดยเรือในกลุ่มประเทศดังกล่าวจะไม่สามารถนาเข้าสู่สหภาพยุโรปได้ (หรือการให้ใบแดง)

มงคล สุขเจริญคณา
ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย

ถือเป็นข่าวดีของพี่น้องชาวประมงในประเทศไทยเนื่องจากจะส่งผลดีต่อธุรกิจประมงทั้งระบบ สินค้าประมงไทยจะทำให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าไทยสามารถแก้ปัญหาไอยูยูได้ทั้งระบบ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ เป็นต้น

และยังส่งผลดีราคาสินค้าประมงสูงขึ้น ทำให้ชาวประมงลืมตาอ้าปากได้มากขึ้น หลังจากต้องทุกข์ระทมมานานหลายปี อย่างไรก็ตามส่วนปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการแก้ปัญหาไอยูยูนั้นก็ต้องหาทางเยียวยาแก้ไขปัญหา

รวมทั้งทบทวนกฎระเบียบต่างๆ ที่มีปัญหาไม่เป็นธรรมกับชาวประมงกันต่อไป สุดท้ายนี้ก็ขอฝากพี่น้องชาวประมงทั่วประเทศว่าสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยพยายามจะช่วยเหลือมาอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง หวังว่าพี่น้องชาวประมงจะให้กำลังใจสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย

สุธรรม วิชชุไตรภพ
นายกสมาคมชาวประมงอำเภอสิชล

นับว่าเป็นแสงสว่างหลังจากที่เราเครียดมาทั้งหมด 5 ปี หรือ 4 ปีกว่า เหมือนกับตกนรกทั้งเป็นและก็ว่ายน้ำแหวกวงล้อมจนออกมาได้ ก็ถือว่าเราผ่านวิกฤต แล้วช่วงหลังที่เราผลักตัวเองรับสถานการณ์ เราก็พยายามเป็นคนดีของรัฐบาลไง

สั่งอะไรมาเราก็ทำแต่อย่ารังแกเราให้มากเลย บางเรื่องที่เห็นว่ามันน่าจะแก้ไขได้ เราก็พยายามที่จะช่วย เพื่อความเป็นปึกแผ่นของสมาคมชาวประมงแห่งประเทศไทย

ที่ผ่านมาพยายามพูดให้รัฐบาลฟัง แล้วก็แก้ไขปัญหาต่างๆ พร้อมกับชาวประมงส่วนมากก็เป็นคนดีและเข้าใจ แม้ช่วงวิกฤตที่รัฐบาลรับซื้อเรือที่ผ่าน ครม. ก็แก้ปัญหาได้ช่วงหนึ่ง

ประเด็นสำคัญก็คือ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เราไม่ต้องพูดถึงอดีตแล้ว สิ่งที่ผ่านมาช่วงที่แล้วเหมือนกับรักษาไข้แต่ใช้ยาแรง พูดมากไม่ได้ที่เรียกว่าปรับทัศนคติบ้างอะไรบ้าง

พิศาล ศันติวิชยะ
นายกสมาคมประมงปากน้ำชุมพร

หากมองในภาพรวมของประเทศ รัฐบาลชุดนี้ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะได้เครดิตไปเต็มๆ ในฐานะที่เป็นรัฐบาลซึ่งใช้มาตรการเข้มงวดกวดขันการทำประมงอย่างจริงจัง

แต่ในส่วนของชาวประมงไม่ว่าจะปลดหรือไม่ปลดใบเหลือง สถานการณ์ก็คงไม่แตกต่างกัน เพราะรัฐบาลยังคงบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ประมงปี 2560 โดยไม่มีการผ่อนปรนใดๆ ในการทำประมงให้ชาวประมง

หลังจากชาวประมงเคยยื่นหนังสือเรียกร้องขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหามาตั้งแต่กลางปี 2561 จนบัดนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนใดๆ ในการช่วยเหลือชาวประมงออกมาเลย

นับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ประมงปี 2560 ที่ออกโดยรัฐบาล คสช.มีสมาชิกของสมาคมประมาณ 20 รายแล้วที่ต้องเปลี่ยนอาชีพหันไปทำอย่างอื่น เพราะโทษปรับที่พวกเขาเจอค่อนข้างรุนแรงมาก

เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีเจ้าของเรือที่เป็นสมาชิกของสมาคม ต้องไปขึ้นศาลที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และถูกศาลมีคำสั่งปรับไปถึง 6 ล้านบาท

ดังนั้น การที่อียูปลดใบเหลืองการทำประมงผิดกฎหมายให้ไทย ก็คงมีผลดีในเรื่องภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น

แต่ในส่วนของชาวประมง หากยังไม่มีการผ่อนปรนใดๆ หรือยังไม่มีการแก้ไขเนื้อหาใน พ.ร.บ.ประมงปี 2560 ไม่ว่าอียูจะปลดหรือไม่ปลดใบเหลือง ชาวประมงก็คงไม่ได้รับประโยชน์อะไรเหมือนเดิม

บรรจง นะแส
ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย

กรณีสหภาพยุโรปหรืออียู ปลดล็อกใบเหลืองประมงไทย ส่วนตัวผมมองว่าดี โดยเฉพาะธุรกิจประมงที่ต้องอาศัยตลาดอียูในการขายสินค้า ที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าประมงไปตลาดอียูมีมูลค่า 2.5-3แสนล้านบาทต่อปี สินค้าหลักทูน่ากระป๋อง-กุ้ง อย่างน้อยทำให้ฝ่ายที่ทำธุรกิจสินค้าทะเลไปตลาดอียูได้หายใจโล่งอกไปอีกระยะหนึ่ง เพราะถ้าโดนใบแดงสินค้ามูลค่า3 แสนล้านจะถูกแบนไม่ให้นำเข้าไปขาย การหาตลาดอื่นเพื่อให้ได้มูลค่าขนาดนั้นคงไม่ง่าย อีกด้านเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งก็ไม่ต้องนอนสะดุ้ง ตรงไปตรงมาก็ต้องให้เครดิตรัฐบาลที่พยายามทำหน้าที่ แม้จะใช้เวลาเกือบ 4 ปีในการแก้ไขปัญหา

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่”แจงเทงบให้กองทุนหมู่บ้าน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าหว่านลงไป กำชับใช้งบคุ้มค่า
บทความถัดไปเด็กไทย… : โดย เฉลิมพล พลมุข