ระบบขัดแย้ง! : โดย ทรงพร ศรีสุวรรณ

10.01.19 | 13:00 น.

ช่วงที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.รูปแบบใหม่ ด้วยการนำระบบ “ไพรมารีโหวต” มาใช้แทนการเลือกตั้งในรูปแบบเดิม ก็มีเสียงทักท้วงแล้วว่า ไม่เหมาะกับประเทศไทย เพราะจะสร้างปัญหาหลายเรื่อง

หนึ่งคือ การให้สาขาพรรคโหวตเลือกบุคคลเป็นตัวแทนของพรรค ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตนั้นๆ จะทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรค เพราะฝ่ายที่แพ้โหวตย่อมไม่พอใจ

ซ้ำอาจจะทำให้เกิดระบบสืบทอดอำนาจทางการเมือง โดยกรรมการสาขาพรรคอาจจะส่งทายาทหรือคนใกล้ตัว ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นตัวแทนของพรรคลงสมัคร ส.ส.

นอกจากนี้ อาจจะเกิดการซื้อเสียง ล็อบบี้ ให้เลือกใครคนใดคนหนึ่งเป็นตัวแทนของพรรค ฯลฯ

แต่ดูเหมือนว่า กรธ.จะไม่ฟังเสียงเตือนของบรรดานักการเมือง โดยอาจจะมองว่า นักการเมืองเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้ง

Advertisement

หรืออาจจะมีเป้าหมายที่จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เนื่องเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

เหตุผลหนึ่งของ กรธ.คือ เป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปการเมือง

เพราะจะทำให้พรรคการเมืองพ้นจากการครอบงำจากผู้มีบารมีภายในพรรค หรือนายทุนของพรรค ที่มีสิทธิและอำนาจในการชี้นำ รวมทั้งการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ในเขตต่างๆ และการจัดลำดับผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ

ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตั้งแต่เบื้องต้น โดยให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคมีสิทธิและอำนาจที่จะเลือกตัวแทนในพื้นที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง

เหตุผลที่ยกมานั้นดูแล้วสวยหรู แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกใช้ระบบไพรมารีโหวต

มีการเปลี่ยนแปลงโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ที่ให้มีคณะกรรมการสรรหา 11 คน ประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรค 4 คน และตัวแทนสมาชิกพรรค 7 คน มีอำนาจคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.แทนระบบไพรมารีโหวต

แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า การยกเลิก “ไพรมารีโหวต” เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองบางพรรค แต่หลายพรรคก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน

ถึงจะยกเลิก “ไพรมารีโหวต” แต่ “พรรคอนาคตใหม่” ก็อยากลองของใหม่ โดยนำระบบ “ไพรมารีโหวต” มาใช้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. เพื่อทำให้เห็นว่า เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง

แต่ผลการใช้ระบบไพรมารีโหวต ทำให้เกิดเสียงโอดครวญและร้องเรียนว่า ไม่เป็นธรรม มีการตัดชื่อผู้ที่เสนอตัวสมัคร ส.ส. ออกจากบัญชีเข้ารับการหยั่งเสียง

บางคนประกาศปลดป้ายพรรคอนาคตใหม่ คืนบัตรสมาชิก คืนสิ่งของเกี่ยวกับอุปกรณ์หาเสียงให้พรรค และจะเผาทิ้ง

อีกกรณีคือ การไพรมารีโหวตเลือกตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ เจือ ราชสีห์อดีต ส.ส. 4 สมัย แพ้ให้กับ สรรเพชญ บุญญามณี

ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการวางแผน และต้องการสืบทอดอำนาจทางการเมือง เนื่องจาก สรรเพชญ บุญญามณี เป็นบุตรชายของ นิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งเป็น 1 ใน 11 คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค

2 กรณีที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของ “ไพรมารีโหวต” ระบบที่คิดว่า เป็นการปฏิรูปการเมือง แต่เอาเข้าจริงเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งตามที่มีเสียงเตือนก่อนหน้านี้

จึงเชื่อได้เลยว่า ภายหลังการเลือกตั้ง ต้องมีพรรคการเมืองเสนอให้โละทิ้งแน่นอน