ทันทีที่ได้ทราบจากประกาศสำนักพระราชวังว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ตามหมายกำหนดการก็จะมีพิธีกรรมทั้งก่อนหน้าและภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอยู่หลายวัน พสกนิกรต่างก็ปีติโสมนัสและเฝ้ารอคอยที่จะได้ชมพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระมหากษัตริย์แห่งสยามประเทศ ซึ่งในชั่วชีวิตของประชาชนคนหนึ่งคงจะได้เห็นเพียงครั้งเดียว จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อได้มีหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ความสนใจเรื่องอื่น เช่น กำหนดการเลือกตั้งซึ่งได้กำหนดไว้แล้วโดยความตกลงกันระหว่าง คสช. รัฐบาล และพรรคการเมืองก็ลดลงทันที จนแทบจะไม่มีใครกล่าวถึง หรือให้ความสำคัญกับกำหนดการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ว่าเป็นวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562
เมื่อรองนายกรัฐมนตรีนำเอาหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกไปทาบกับกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปก็พบว่ามีกิจกรรมที่จะทับซ้อนกัน ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ต้องถือเอาหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นตัวตั้ง แล้วขยับกำหนดการเลือกตั้งออกไป แต่ให้อยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 150 วันตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาหรือมีประเด็นขัดแย้งกันระหว่าง กกต.กับรัฐบาล ส่วนเหตุผลที่เกรงว่าประชาชนทั่วไปจะคิดกันว่า กกต.ทำตามการชี้นิ้วของรัฐบาล ก็เป็นเรื่องไร้สาระ ใครจะชี้นิ้วใครก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด เพื่อไม่ให้มีข้อขาดตกบกพร่องสำหรับพระราชพิธีอันสำคัญ
เมื่อได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานหมายกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อวันปีใหม่ 2562 แล้ว ปี พ.ศ.2562 ก็จะกลายเป็นปีมหามงคล ประวัติศาสตร์ชาติไทยจะต้องจารึกว่าเป็นปีมหามงคลสำหรับประชาชนชาวไทยและบรรดาชาวต่างประเทศ และคนต่างด้าวที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ยังความผาสุกร่มเย็นมาสู่ตนเองและครอบครัวอย่างถ้วนหน้า
เมื่อความสนใจอย่างจดจ่ออยู่ที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกขององค์พระประมุข ความสนใจเรื่องอื่นที่เคยเป็นเรื่องที่ปกติที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษเสมอมา ยิ่งประเทศไทยได้ห่างเหินกับการเลือกตั้งทั่วไปมาเป็นเวลาถึง 8 ปี ประกอบกับการออกแบบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ออกแบบให้นายกรัฐมนตรีคนเดิมสามารถสืบต่ออำนาจ หรือสืบทอดเวลาที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้โดยง่าย โดยอาศัยเสียงจากสมาชิกวุฒิสภาลงมติเลือกตนเพื่อสืบต่ออำนาจได้
การเลือกตั้งทั่วไปจึงเป็นเพียงพิธีกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง อย่างไรเสียไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนเดิม เพราะมีเสียงสมาชิกวุฒิสภาสนับสนุนเป็นทุนอยู่แล้ว ความน่าสนใจหรือความตื่นเต้นที่ว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปจึงไม่มี ใครจะสอบได้หรือสอบตกในสนามเลือกตั้งก็ไม่เป็นที่น่าสนใจ วันเลือกตั้งจะเลื่อนเข้าเลื่อนออกก็ไม่มีความหมายแต่ประการใด ขณะเดียวกันประชาชนก็ไม่สนใจว่าเมื่อมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือเข้ามา ใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบประการใด
ไม่เหมือนกับปีกลายที่กำหนดการเลือกตั้งเป็นที่สนอกสนใจประชาชนเป็นอันมาก จึงเป็นไปได้ว่ากำหนดการเลือกตั้งคงจะเลื่อนออกไปเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นวัน ขณะเดียวกันผลการเลือกตั้งก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะทุกอย่างเป็นเพียงพิธีกรรม ไม่มีใครอยากวิพากษ์วิจารณ์เพราะจะทำให้เสียบรรยากาศแห่งปีมหามงคล ซึ่งเริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันปีใหม่ที่ได้พระราชทานหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การวิพากษ์วิจารณ์โต้เถียงกันเอง การตำหนิติเตียนประชาชนจากหัวหน้ารัฐบาลก็คงจะน้อยลง บรรยากาศทางการเมืองก็คงจะบรรเทาเบาบาง น่าจะเป็นปีแห่งความสงบเรียบร้อยตามความหมายของฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นความไม่สงบเรียบร้อย
ความจริงปี 2562 นี้ ซึ่งจะเป็นปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ อีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะถึงวันเลือกตั้ง บรรยากาศการเลือกตั้งควรจะเริ่มกันแล้ว แต่ว่าทาง คสช.ยังไม่คลายข้อจำกัดต่างๆ แม้เมื่อมีการคลายกฎ คลายข้อห้ามต่างๆ ก็ไม่ปรากฏว่ามีบรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองเกิดขึ้น ทุกอย่างยังเงียบสงบอยู่ตามเดิม เพียงแต่มีข่าวว่าจะต้องมีการขยับวันเลือกตั้งออกไปเพื่อหลีกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและวันเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะความสนใจของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในกรุงเทพฯ
เมื่อบรรยากาศการเลือกตั้งเริ่มขึ้นก็จะมีข่าวการหาเสียง มีข่าวการสาดโคลนใส่กัน มีทั้งข้อมูลจริง ข้อมูลเท็จ มีการฟ้องร้อง มีการแจกใบแดงใบเหลืองสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งไม่น่าจะเป็นข่าวที่เป็นมงคล
แม้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและของโลกจะไม่ใช่ปีที่สดใส การค้าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นโดยนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศจะยังไม่สนใจ กิจการหลายอย่างเช่น ธุรกิจการบันเทิง การสื่อสารมวลชน กำลังจะมีปัญหา ดอกเบี้ยภายในประเทศมีแนวโน้มไปในทางขาขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทค่อยๆ แข็งขึ้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
ราคาสินค้าจากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากภาคเกษตรกรรมก็จะยังซบเซาต่อไป เพราะค่าเงินที่แข็งขึ้น การส่งออกลดลง ราคาสินค้าเกษตรจะลดลงไปอีก ข่าวการลดจำนวนคนทำงาน ข่าวการปิดสำนักงานสาขาของธุรกิจหลายสาขา เช่น ธนาคารพาณิชย์และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการส่งออกและนำเข้า ก็คงจะยังทยอยเป็นข่าวให้ได้ยินอยู่ต่อไป แต่จะไม่เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป เพราะเป็นข่าวที่ไม่มีใครอยากได้ยิน
เมื่อเปิดปฏิทินดูแล้ว เกือบทุกเดือนจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องไปตลอดทั้งปี จนถึงพระราชพิธีเสด็จประพาสทางชลมารค ซึ่งจะจัดรวมกับพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานหลังจากวันออกพรรษา หลังจากนั้นก็จะคงจะไปถึงวันสำคัญต่างๆ ไปจนถึงสิ้นปี 2562 ขอร่วมยินดีกับประชาชนคนไทยทุกคนที่จะได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ อันเป็นมงคล ตลอดทั้งปี จะมีวันแห่งการเฉลิมฉลองเพิ่มเติมจากปีก่อนๆ ที่เป็นปีปกติอยู่หลายวัน
กิจกรรมพระราชพิธีต่างๆ ย่อมจะเป็นข่าวไปทั่วโลก อันจะเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยที่มีประเพณีและวัฒนธรรมอันงดงาม ไม่แพ้ประเทศ
อื่นๆ ในยุโรปที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสง่าราศีแก่ประเทศชาติ
ปี 2562 จึงเป็นปีที่คนไทยทุกคนรวมทั้งชาวโลกต้องจดจำและประทับใจอีกวันหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย
ปีที่คนไทยทุกคนมีความสุขตลอดทั้งปี แม้ว่าเศรษฐกิจจะซบเซา

