‘บิ๊กตู่’ บอกสวดมนต์ทุกวันตอนพายุเข้า สุดท้ายสลายเอง ชี้ไทยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 มกราคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ อาคาร 2 อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในงาน “มหกรรมการแสดงผลการดำเนินงานโครงการตามแนวทางประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง”

จากนั้น นายกฯขึ้นเวทีกล่าวช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินกองทุนต่างๆ ลงไปในพื้นที่ ถือว่าใช้เงินไปพอสมควร แต่เงินเหล่านี้ คิดว่าไม่ไปไหน ถ้าไม่เกิดการทุจริต ตนคาดหวังว่าจะไม่มีทุจริต ถ้าทุจริตก็ต้องถูกตรวจสอบ หลายอย่างบางทีเกิดความไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน หรืออาจมีการให้ร้ายกันบ้าง คงเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมในวันนี้ สังคมโซเชียลมีเดีย เวลาโพสต์ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ด่าคนโน้นคนนี้ มีความสุขไปวันๆ

“ผมคิดว่าทำลายประเทศทำลายกันเองอย่างนี้ไม่ได้ ไม่มีใครจะสร้างประเทศไทยให้ยั่งยืนได้ ผมก็ไม่ได้ ใครก็ไม่ได้ นอกจากคนไทยด้วยกัน จะเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลที่ดีก็อยู่ที่คนไทยทั้งหมด รัฐบาลที่ดีต้องได้ นายกรัฐมนตรีที่ดีด้วย ไม่ใช่ได้อะไรมาก็ไม่รู้ที่ตามใจ พอใจ ที่มีความสุขแฮปปี้แล้วทำหรือเปล่า ไปทบทวนดู ไอ้ที่พูดๆ กันมาทั้งหมด ผมไม่ได้ให้ร้ายใคร ผมพูดตรงนี้เพราะผมไม่ใช่นักการเมืองในขณะนี้ที่จะไปลงเลือกตั้ง ผมพูดในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีความห่วงกังวลในประเทศของเรา ผมคิดว่าทุกคนก็ต้องห่วงเช่นผมเหมือนกัน ห่วงหรือไม่ ห่วงชาติหรือไม่ เมื่อห่วงแล้วก็ต้องหวงด้วย ไม่ใช่ห่วงอย่างเดียวแต่ไม่หวง ดินแดนนี้เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ คิดง่ายๆให้รู้สึกดีภูมิใจในความเป็นชาติ แม้กระทั่งพายุปาบึก มีความเสียหายน้อยที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเขาค่อยสลายไปเอง ผมสวดมนต์ทุกวัน ขอพระสยามเทวาธิราช ไม่เช่นนั้นจะทวีความรุนแรงขึ้น ทุกประเทศที่โดน เดี้ยงหมด ก็แปลกดี ที่ของเราค่อยๆ ม้วนหาง แต่ก็ยังมีคนเดือดร้อนเสียชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่เราจะปล่อยปะละเลย ก็ทำเต็มที่ สิ่งเหล่านี้เป็นพลังเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า ผมทำคนเดียวไม่ได้” นายกฯ กล่าว


พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ขอให้พากันไปงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว เพื่อแสดงพลัง ที่อยากให้ไปไม่ได้อยากให้ทุกคนไปเหนื่อยไปร้อน สิ่งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานลงมาเพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างไร และดูว่าในงานมีอะไรบ้าง ที่พัฒนาไปแล้วในหลายๆ จังหวัด เพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตรงนี้คือกลไกประชารัฐ ไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะอันนี้เกิดขึ้นก่อนนานแล้ว รัฐบาลได้ให้งบประมาณไปพัฒนา ตอนนี้เชื่อว่าคงรอกันว่าเมื่อไหร่จะได้ใหม่ รัฐบาลกำลังหาเงินอยู่ มันเป็นภาระระยะยาว หลายโครงการเกิดขึ้นใหม่ในรัฐบาลนี้ มีการพัฒนามาตลอด สิ่งไหนดีก็ทำต่อ และต้องดีจริงๆ ไม่ใช่ตรงนั้นมีความสุข ตรงนี้เจ๊ง แบบนี้ไม่ได้ โครงการแบบนั้นทำกันมาแบบไม่มีรายละเอียด เมื่อทำมากๆ ก็เจ๊งไปหมด แม้กระทั่งงบที่ลงไปให้โรงพยาบาลที่ไม่ดูเรื่องการป้องกัน ใช้เงินมหาศาล วันนี้รัฐบาลต้องเติมเงินลงไปเยอะ ก็คิดว่าดีกัน แต่การบริการก็ยังเหมือนเดิม วันนี้ต้องมาแก้ไขกันใหม่ จริงๆ แล้ว การรักษาพยาบาลไม่จำเป็นต้องมาหาหมอที่โรงพยาบาลก็ได้ ปรึกษาหมอในพื้นที่หรือผ่านระบบออนไลน์ก็ได้ นี่คือระบบการประกันสุขภาพที่ต้องสมบูรณ์ วันนี้รัฐบาลดูแล อสม.เพื่อให้ไปดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน 10 ปีมาแล้ว ที่ อสม.ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้ให้เพื่อให้เขามารักตน เมื่อไหร่ที่รักกันก็ให้ เมื่อไหร่ที่เลิกให้ก็ไม่รัก ใช่หรือไม่ อยากให้รักนานๆ คือรักประเทศของท่าน ไม่ใช่รักตน ต้องรักประเทศและคนไทย

 

บทความก่อนหน้านี้มี‘ชัชชาติ เอฟเฟกต์’ ก็มีหนามตำเท้า บนเส้นทางเลือกตั้ง
บทความถัดไป‘บิ๊กอ๊อด’ สุดปลื้ม! แฟนบอลไทยเตรียมยกทัพเชียร์ ‘ช้างศึก’ ดวลแข้ง ‘บาห์เรน’ ติดขอบสนาม