ดุลยภาค ปรีชารัชช : เจาะฐานเสียงอีสาน เพื่อไทย VS พลังประชารัฐ

วันนี้ (11 ม.ค.) ผศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อเขียน “เจาะฐานเสียงอีสาน: เพื่อไทย VS พลังประชารัฐ” ผ่านเพจ Dulyapak Preecharush – ดุลยภาค ปรีชารัชช โดยมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้

“ผมขึ้นมาเมืองร้อยเอ็ดพร้อมแวะชมหมู่บ้านอีสานในเขตอำเภออาจสามารถ หากจะวิเคราะห์เกมเลือกตั้ง ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่าภาคอีสานซึ่งมีประชากรมากที่สุดในไทย ถือเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายที่กำหนดว่าพรรคการเมืองใดจะครองเสียงข้างมากจนขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทยสามารถกวาดคะแนนเสียงในอีสานจนคว่ำพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาสำเร็จ

ย้อนไปสมัยรัฐบาลทักษิณ ราววันที่ 16-21 ม.ค. 2549 อดีตนายกได้ประกาศลงพื้นที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยระบุว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความยากจน อดีตนายกจัดทัวร์นกขมิ้นที่ตามประกบด้วย รมต.และ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก ผมถามชาวบ้านละแวกนั้น จำความได้ว่า อดีตนายกมานอนค้างคืนที่วัดสงยาง บ้านขุมเงิน ต.หนองบัว อำเภออาจสามารถ ผมได้เดินทางไปที่นั่นและพบว่าที่นั่นเป็นหมู่บ้านชนบทอีสานที่ประกอบด้วยชุมชนเกษตรกรรมผสมร้านขายของชำที่นับเป็นฐานรากโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชน

รัฐบาลทักษิณประสบความสำเร็จในการใช้นโยบายประชานิยมเข้าเจาะฐานเสียงในอีสาน แต่มาวันนี้ รัฐบาลลุงตู่เร่ิมขยับยุทธศาสตร์เข้าตีแย่งฐานคะแนนจากเพื่อไทย ร้านค้าหลายแห่งในอาจสามารถปักป้ายธงฟ้าประชารัฐกันเยอะ ผมลองพูดคุยกับชาวบ้านในร้านค้าแห่งหนึ่งในหมู่บ้านดงเมืองจอก เขตอาจสามารถ พบว่าชาวบ้านที่นั่นพอใจกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก พวกเค้าสามารถจับจ่ายสินค้าได้สะดวกขึ้นเพราะที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐใกล้บ้านจะมีการติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งทำให้ชาวบ้านที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสามารถเข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้รวดเร็วขึ้นจนมีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชนไม่ขาดระยะ พร้อมกันนั้น เมื่อถามชาวบ้านแถวนั้น ว่าหากมีเลือกตั้งแล้วจะเลือกพรรคไหน มีไม่น้อยที่ตอบว่าจะกาพรรคพลังประชารัฐ

คงตอบยากว่าเลือกตั้ง 62 พรรคใดจะคว้าคะแนนเสียงมากที่สุด แต่ผมว่านักวิเคราะห์การเมืองไทยในตอนนี้ไม่ควรประเมินกำลังของพลังประชารัฐตำ่เกินไป


คนชนบทอีสานทุกวันนี้ เอาเข้าจริงๆ ก็มีลักษณะเป็นคนกึ่งเมืองกึ่งชนบท อยู่บ้านทำไร่ไถนาตามฤดูกาล แต่ก็เข้าไปทำธุระในเมืองอยู่บ่อยๆ เล่นโซเชียลมีเดียกันก็ไม่น้อย รับรู้ข่าวสารการเมืองกันก็มากและก็มีบางส่วนที่กระตือรือร้นอยากจะเปลี่ยนผ่านพัฒนาประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด หัวใจสำคัญที่สุดซึ่งสัมพันธ์กับเรื่องวิถีชีวิตคนอีสานคือเรื่องการเข้าถึงสวัสดิการรัฐและฐานะการเงินที่ดีขึ้น จับจ่ายใช้จ่ายได้คล่องมือสะดวกสบายขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทักษิณหรือรัฐบาลประยุทธ์ หากจับจุดตรงนี้ได้ ก็มีแต้มต่อในสนามเลือกตั้งอีสาน (แม้จะมีปัจจัยตัวแปรอื่นที่มีผลต่อการเลือกตั้งอีสานก็ตามที)

นอกจากนั้น มีชาวบ้านอีสานมิน้อยที่ชื่นชอบผู้นำที่คาดผ้าขาวม้าอีสาน (ผ้าแพรอีโป้)แล้วสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนได้ หรือพูดให้ชัด ก็คือ ภาพจอมพลสฤษดิ์และภาพลุงตู่ที่คาดผ้าขาวม้าอีสาน ยังคงขายได้ในหมู่คนอีสานบางกลุ่ม

การลงพื้นที่ครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้ผมมิน้อย ตอนแรกผมนั่งดูแต่โทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย โดยรับรู้แรกๆว่าเรายังไม่ค่อยได้เห็นพลังการเมืองของพรรคพลังประชารัฐเท่าไหร่ แต่การมาเยือนอีสานครั้งนี้ เห็นทีต้องคิดใหม่และพัฒนากรอบวิเคราะห์การเมืองไทยให้รัดกุมแม่นยำขึ้น บัตรสวัสดิการรัฐรอบใหม่นี้ มีพี่น้องอีสานได้รับสิทธิจำนวนมาก ช่วงเวลาก็ใกล้กับการเลือกตั้งที่จะมาถึง จึงทำให้น่าคิดต่อว่ารัฐบาลลุงตู่ได้ปักธงฟ้าประชารัฐฝังเข้าไปในหมู่บ้านอีสานแล้ว ดังนั้น ก็น่าคิดครับว่าเพื่อไทยและพรรคอื่นๆที่ไม่เอาประยุทธ์จะแก้เกมนี้กันอย่างไร

บันทีกไว้ ณ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด”

 

บทความก่อนหน้านี้2 คนร้ายควบจยย.ประกบยิงอดีตผู้ใหญ่บ้านดับริมถนน เพื่อนบ้านเผยเป็นคนดี ไม่เคยขัดแย้งใคร
บทความถัดไปรวมหนุ่ม พร้อมยาบ้า-ไอซ์ นับสิบล้าน สารภาพติดยาหนัก ถูก ‘เบนซ์’ ตัวการจ้างเฝ้าบ้านแลกของ