เมื่อวันที่ 12 มกราคม พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย (พพชท.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงการเตรียมความพร้อมการส่งผู้สมัคร ส.ส.รับเลือกตั้งในช่วงปี 2562 ว่า ขณะนี้แม้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2562 ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะกำหนดให้วันเลือกตั้งเป็นวันใด เดือนใด พรรค พพชท.ก็พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงรับเลือกตั้งทั้ง 350 เขต โดยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจะไม่มี ส.ส.เก่าเป็นผู้สมัคร โดย 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนรุ่นใหม่ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานให้ประเทศชาติ เช่น ในด้านการศึกษา เรามีอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ด้านคมนาคมจะมีอดีตปลัดคมนาคมเป็นที่ปรึกษา
ตลอดการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา ภายหลัง กกต.รับรองให้จัดตั้งพรรค พพชท.ตามกฎหมาย จากการตอบรับและเสียงสะท้อนของประชาชนที่มีต่อพรรค พพชท. มั่นใจว่าพรรค พพชท.จะได้ ส.ส.อยู่ที่ 300 เสียง เป็นพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยเป้าหมายทางการเมืองของพรรค พพชท.นั้นมีอยู่ 5 เป้าหมาย คือ 1.พรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 2.พรรคของประชาชน ไม่ใช่ของวงศ์ตระกูล 3.เป็นสถาบันการเมือง 4.มีความเป็นสากลทั่วโลกรู้จัก และ 5.เป็นพรรคความหวังใหม่ของคนทั่วประเทศ ไม่ใช่พรรคชั่วคราวหรือพรรคเฉพาะกิจ หรือพรรคทหาร
เมื่อถามว่า ปัจจัยใดที่ทำให้มั่นใจว่าพรรค พพชท.จะได้รับการเลือกตั้งถึง 300 เสียง พล.ต.ทรงกลดกล่าวว่า จุดแข็งที่จะทำให้พรรค พพชท.ชนะการเลือกตั้ง คือ นโยบายของพรรคซึ่งได้ยื่นให้ กกต.ได้ตรวจสอบและผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งสามารถใช้หาเสียงเลือกตั้งและนำมาปฏิบัติได้ทันทีหากได้รับการเลือกตั้ง โดยนโยบายด้านเศรษฐกิจจะเน้นแบบเชนจ์ (Change) มีนโยบายที่จะหาเงินเข้าประเทศ 18 ล้านล้านบาท และมากกว่างบประมาณประเทศที่มาจากเก็บภาษีถึง 6 เท่า และพรรค พพชท.จะไม่เก็บภาษีจากประชาชน โดย 5 โครงการที่พรรค พพชท.จะหาเงินเข้าประเทศ คือ 1.ขุดคลองไทย หากทำสำเร็จจะนำรายได้เข้าประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งหลายประเทศพร้อมร่วมลงทุนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เกิดการจ้างงานกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ 2.ทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะมีรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาทต่อปี
หัวหน้าพรรค พพชท.กล่าวว่า 3.ประเทศไทยจะต้องเป็นเกษตรอินทรีย์ พรรค พพชท.จะไม่ยอมให้คนไทยต้องเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายจากพิษภัยของสารเคมีอีกต่อไป หากขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ได้ทั้งประเทศ จะทำให้ประเทศไทยไม่ใช่แค่ครัวโลกแต่จะเป็นคลังอาหารของโลก จะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี รวมทั้งจะผลักดันภายใน 5 ปี ให้รถเลิกใช้น้ำมันและใช้ไฟฟ้าแทน ในอนาคตหากประเทศไทยเลิกใช้น้ำมัน ประเทศจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านล้านบาทต่อปี 4.ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลก หากบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากลทั้งหมด จะมีรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาทต่อปี เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติและทางวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเอื้อประโยชน์ให้ทุกด้าน และ 5.เป็นศูนย์กลางการเงินของโลก หากทำสำเร็จจะมีรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาทต่อปี แต่ต้องบริหารจัดการให้มีเงื่อนไขที่ดีและปลอดภัยต่อทรัพย์สินของผู้ฝากเงินและมาร่วมลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เมื่อถามว่า จุดยืนของพรรค พพชท.ถูกมองว่าเป็นพรรคที่สนับสนุนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย พล.ต.ทรงกลดกล่าวว่า จุดยืนของพรรค พพชท. หลังการเลือกตั้งพรรค พพชท.พร้อมที่จะจับมือกับทุกพรรคเพื่อร่วมกันทำงาน ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพราะเชื่อว่าทุกพรรคมีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ หากพรรคการเมืองใดชนะเลือกตั้งและได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากเชิญชวนพรรค พพชท.ไปร่วมงานพรรคก็พร้อมจะไปร่วมด้วย ยืนยันว่าพรรค พพชท.จะเป็นพรรคความหวังใหม่ของประชาชน ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ไม่ได้ทำการเมืองแบบชั่วคราว ไม่ได้พรรคทหารหรือเป็นพรรคนอมินีของใคร พรรค พพชท.จะไม่ทำการเมืองแบบสาดโคลน ตอบโต้กันเหมือนในอดีต จนนำมาซึ่งความขัดแย้ง เพราะพรรค พพชท.ต้องการการเมืองสีขาว ให้ประเทศเกิดความปรองดอง

