วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง 2 กรรมที่ควรนำมาพิจารณา
1 ที่อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก
สมาชิก “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว กับ นายรังสิมันต์ โรม ไปยื่นหนังสือถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน
เรื่อง การจำกัดสิทธิในการเคลื่อนไหว”ไม่รับ”ร่างรัฐธรรมนูญ
อาจถูกประเมินได้ว่าเป็น “คนหน้าเดิม”
กระนั้น 1 ซึ่งปรากฏที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตีความ มาตรา 61 พรบ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559
เป็น นายจอน อึ้งภากรณ์
เป็น นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ และเป็น นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
3 คนนี้มิได้เป็น “คนหน้าเดิม”อย่างแน่นอน
ทั้ง นายจอน อึ้งภากรณ์ และ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ และ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มิได้ปรากฏตัวที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างโดดเดี่ยว
ตรงกันข้าม มีรายชื่อหนุนหลังไม่ต่ำกว่า 100 คน
หากตรวจสอบดูดีๆก็จะบังเกิดนัยประหวัดไปยังจำนวน 104 รายชื่อในนาม “กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย”ได้
1 ก็มี นายโคม อารียา แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
1 ก็มี นายสุริชัย หวันแก้ว แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ยิ่งกว่านั้น ยังมีอีก 1 นายคมกฤช อุ่ยเต็กเค็ง แห่งคณะอักษร ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ยัง นายจอน อึ้งภากรณ์ ก็ไม่ธรรมดา
มาคราวนี้ในนาม ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎ หมายประชาชน หรือ iLaw
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ก็เคยเป็นกรรมการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ก็เคยเป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
เหล่านี้มิใช่”คนหน้าเดิม”แน่นอน
ความละเอียดอ่อนจากการเคลื่อนไหวของ นายจอน อึ้งภากรณ์ และ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คืออะไร
คือ ข้อกังขาต่อ “ประชามติ”
พุ่งเป้าไปยังมาตรา 61 พรบ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐ ธรรมนูญ พ.ศ.2559 เป็นสำคัญ
เป็น “พรบ.”ที่ไม่เอื้อต่อ “การทำประชามติ”
เปิดให้เห็นว่าเป็นประชามติอันมิได้เป็นไปในท่วงทำนองอันเป็นประชาธิปไตย
อ้าซ่าให้กับฝ่าย “รับ”
แต่ปิดกั้นและถึงกับปิดทางฝ่าย”ไม่รับ”ถึงขั้นมองและตีความ ว่าเป็นพวกก่อกวน เป็นอาชญากร

