‘วัฒนา’ โพสต์แฉ คสช.เรียกชาวบ้าน 9 คน ร่วมสอบทุจริตขุดบึง ปรับทัศนคติแล้ว

11.05.16 | 10:52 น.

วันนี้ (11 พฤษภาคม) นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นกรณีมีการตรวจสอบการขุดบึงที่จังหวัดพิษณุโลกของ อผศ.ระบุว่า

ผมเคยนำเสนอเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่ คสช. มีมติเห็นชอบให้องค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างงานจากส่วนราชการฯ โดยไม่ต้องประกวดราคา ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม คณะทำงานพรรคเพื่อไทยนำโดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ส.ส.นคร มาฉิม และผู้นำท้องถิ่น ตรวจสอบโครงการที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำสัญญาว่าจ้างให้ อผศ. ขุดลอกหนองพล บ้านน้อยเหนือ ต.หินลาด อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ขนาด 24 ไร่ มูลค่า 9,743,000 บาท เริ่มสัญญา 28 กรกฎาคม สิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นการทุจริตอย่างชัดเจนเพราะล่วงเลยกำหนดสัญญามานานแล้วแต่แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ตามรูปถ่ายที่ผมขอคณะทำงานนำมาลงให้ดูและยังมีอีกหลายโครงการที่เป็นแบบนี้ สาเหตุเพราะฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ไม่เช่นนั้นฝนคงตกมากลบสิ่งที่พวกนี้ทำไว้จนตรวจสอบไม่ได้

เงื่อนไขที่ ครม. อนุมัติให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ความเห็นชอบของ คสช. คือ อผศ. จะต้องเป็นผู้ดำเนินการเองห้ามนำไปทำกับคนอื่นหรือช่วงงาน ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เพราะ อผศ. ไม่มีขีดความสามารถและความพร้อมที่ทุกฝ่ายรู้ดีมาแต่ต้น งานที่รับมาจึงถูกนำมาขายหรือช่วงงานเพื่อชักหิวคิว อันเป็นการสมคบกันของหลายหน่วยงานเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ประการสำคัญรองหัวหน้า คสช. ที่ให้ความเห็นชอบเป็นรองนายกรัฐมนตรีและมีตำแหน่งเป็นนายกสภาทหารผ่านศึก จึงมีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนตามกฎหมาย ป.ป.ช. ทุกประการ

คสช. อ้างตัวเป็นผู้ปราบปรามการทุจริตแต่ล่าสุดวานนี้ (10 พฤษภาคม) ผมได้รับแจ้งจาก ส.ส.นคร มาฉิม ว่าพันโทสิทธิ มณีรัตน์ ได้เรียก ส.ส. นายก รองนายก อบต. ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลหินลาด รวมทั้งชาวบ้านที่มาให้ข้อมูลและถือป้าย รวม 9 คน ให้ไปพบพลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษ กองทัพภาคที่ 3 เพราะไปร่วมตรวจสอบการทุจริตในโครงการที่ คสช. มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ในขณะที่ประชาชนที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติต้องถูกเรียกไปปรับทัศนคติ หรือถูกดำเนินคดีเช่นกรณีนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว หรือน้องกรกนกนักศึกษาหญิงที่ถูกล่วงละเมิดในเรือนจำเพราะการตรวจสอบโครงการราชภักดิ์ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ประชาคมโลกกำลังตรวจสอบในขณะนี้ แต่สิ่งที่ คสช. ทำไว้กลับไม่เป็นความผิดเพราะมาตรา 279 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงที่กำลังจะนำไปทำประชามติได้บัญญัติให้ “บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของ คสช. หรือหัวหน้า คสช. ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศ คำสั่งหรือการกระทำนั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายและมีผลบังคับใช้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป” อย่าลืมส่งกำลังใจไปให้ท่าน ส.ส. นคร มาฉิม กับพวกแล้วช่วยถามหัวหน้า คสช. ให้ด้วยนะครับว่า เอาอำนาจอะไรเรียกคนตรวจสอบการทุจริตไปปรับทัศนคติ หรือนี่คือนโยบายปราบโกงตามยุทธศาสตร์ชาติที่ท่านกำลังผลักดัน