ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมีในเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมีในเดือนมีนาคม ก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก
หากดูจากการขานรับผ่านเวที”ปราศรัย”
โดยเฉพาะการเดินสายอย่างคึกคักของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและแม้กระทั่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ก็พอจะชี้ “กระแส” ในทางการเมืองออกมาได้ในระดับหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องอ่านผลโพลแต่อย่างใด
ไม่ว่า”นิด้าโพล” ไม่ว่า”รังสิตโพล”ก็ตาม
ระยะเวลาที่เหลืออีกเพียง 2 เดือนจึงเป็นระยะเวลาในการเร่งของพรรคการเมืองอื่นไม่ว่าพลังประชารัฐ ไม่ว่าประชาธิปัตย์
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้แทบไม่ขึ้นกับ “นโยบาย”
เคยมีความเชื่อตั้งแต่ตัดสินใจคว่ำยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ในที่ประชุมสปช.เมื่อเดือนกันยายน 2558 มาแล้วว่า
ยุทธวิธี”อยู่ยาว” จะส่งผลดีต่อยุทธศาสตร์”การสืบทอดอำนาจ”
แต่จากปี 2558 มายังปี 2562 เป็นอย่างไร
ความพยายามในการเปิดตัวพรรคตระกูล”พลัง”ถือว่าเป็นไม้เด็ดทางการเมืองหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังท้องถิ่นไท หรือแม้กระทั่งพรรค(พลัง)ประชาชนปฏิรูป
แล้วผลที่แสดงออกในกลางเดือนมกราคม 2562 เป็นอย่างไร
เชื่อว่าผู้จัดเจนระดับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุชาติ ตันเจริญ ย่อมมองออก
อย่าว่าแต่จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยเลย แม้จะเอาชนะพรรค ประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยก็หืดระบมคอ
ยิ่งประสบเข้ากับสถานการณ์ Good Monday เข้ามาอีกระลอกหนึ่ง ยิ่งเท่ากับเป็นการปะทะโดยตรงกับคสช. ปะทะโดยตรง กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่มิได้เป็น “สงครามการเมือง”อย่างทั่วไป ตรงกันข้าม เป็นกระบวนท่าอย่างที่เรียกว่า”สงครามเทคโนโลยี”
ระยะเวลาอีกเพียง 2 เดือนจึงหนักหนาสาหัสต่อพรรคตระกูล”พลัง”อย่างยิ่ง

