หน้าแรก การเมือง 10 พรรคบุก &#...

10 พรรคบุก ‘มศว’ โชว์วิชั่นลดเหลื่อมล้ำ ‘แก้ปัญหาเกษตร-กระจายอำนาจ-ยกระดับการศึกษา’

16.01.19 | 17:11 น.

10 พรรคบุก มศว โชว์วิชั่น ‘แก้ปัญหาเกษตร-ตัดตอนนายทุน-ยกระดับการศึกษา’ ลดเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “มุมมองทางการเมืองต่อความเหลื่อมล้ำทางสังคม” โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้แทนจาก 10 พรรคการเมืองร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รศ.ดร.ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนากิจการเพื่อสังคม กล่าวว่า วันนี้มีความภาคภูมิใจมาก บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผู้สนใจเยอะมาก ปี่กลองทางการเมืองได้เริ่มขึ้นแล้ว รวมถึงประเด็นที่เสนอมานั้นจะพบว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่จะได้รับฟังว่าแต่ละพรรคการเมืองมีแนวทางหรือนโยบายเรื่องความเหลื่อมล้ำอย่างไร ขอบคุณมติชนที่ให้ความกรุณาในการจัดงานครั้งนี้

นายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งานนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มศว และมติชน ซึ่งลงนามความร่วมมือเมื่อปลายปีที่ผ่านมา หวังว่าบริการทางวิชาการในหัวข้อที่น่าสนใจจะเกิดขึ้นเป็นระยะในลำดับถัดไป เหตุที่เลือกหัวข้อความเหลื่อมล้ำสำหรับผู้แทนพรรคการเมืองในการเสนอความคิดเห็นนั้น ไม่ต้องเถียงกันว่าเมืองไทยเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลกตามผลวิจัยหรือไม่ ทุกท่านยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากด้านเศรษฐกิจ ไปสู่การศึกษา สังคม และอื่นๆ หวังว่าทุกท่านที่อยู่ด้านหลังของระบบ ส่วนใหญ่มีตัวแทนหรือตัวท่านเองได้เข้าไปทำหน้าที่ของพวกเราในสภาอย่างมีข้อมูล มีแนวทางอันเป็นประโยชน์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ช่วยกระตุ้นให้เกิดความสำนึกเพื่อแก้ปัญหาในลำดับถัดไป

การแสดงความเห็นเริ่มจาก นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่สำคัญเรื่องความเหลื่อมล้ำคือเศรษฐกิจเกิดการผูกขาด ตัดตอน ธุรกิจหลายอย่างมีการผูกขาดจากบรรดาเจ้าสัวเป็นเวลานาน การที่บุคคลเหล่านี้ได้รับการผูกขาดเพราะผู้มีอำนาจหยิบยื่นให้ บางสัมปทานยังไม่หมดเวลา รัฐรีบต่อสัญญาให้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เห็นชัดเจน สิ่งเหล่านี้สร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ถ้าพรรคเพื่อชาติได้เป็นรัฐบาล เราจะยกเลิกการผูกขาด ตัดตอนแน่นอน แต่บางส่วนที่ผูกขาดโดยเป็นประโยชน์กับส่วนรวม เราต้องมี ตลอดจนการศึกษา เห็นว่าเราใช้วิธีการสอบไม่ผ่านแล้วคัดออก โดยไม่ให้โอกาส ผมว่าไม่แฟร์ เราต้องให้โอกาสเขาเรียนรู้ต่อไป วิธีแก้คือจะต้องให้โอกาสคนเก่ง คนเรียนดี มีโอกาสไปสอนในต่างจังหวัดห่างไกล โดยให้สวัสดิการที่ดี นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรักษาพยาบาล แม้ยังมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่โรงพยาบาลอยู่ห่างไกล การมีโรงพยาบาลประจำตำบลต้องให้มีห้องผ่าตัดเล็ก มีหมอประจำห้องผ่าตัด มีอุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐานเพียงพอ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายนพดล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทย

นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวว่า พรรคมีแนวทาง 4 หลักคือ 1.การเกษตร หัวใจสำคัญคือทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนแนวทางที่ 2-4 คือการศึกษา การศึกษา และการศึกษา สิ่งที่พรรคเสนอคืออยากให้ตั้งสภาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติใหม่ ซึ่งพรรคเคยทำมาแล้วในปี 2538 วันนี้ขอทำอีกครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการมาจากทุกองค์ประกอบของสังคม และมีอายุเฉลี่ยที่ไม่ใช่ 60 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม พรรคชาติไทยพัฒนาเชื่อว่า การศึกษา การศึกษา และการศึกษาจะเป็นการแก้ปัญหาที่ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยได้

Advertisement

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าเราจะแก้ปัญหา เราต้องยอมรับความจริงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่ๆ คือ 1. ปัญหาเชิงโครงสร้าง เราจะแก้ไขปัญหาโดยใช้มาตราการเฉพาะหน้าคงไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจึงต้องเข้าไปปรับเปลี่ยน และ 2. ความเปลี่ยนแปลงของโลก ในระบบเศรษฐกิจ และทุนนิยม ขณะนี้เทคโนโลยีมีแนวโน้มทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ หล่ยอาชีพกำลังเสียอาชีพไปเพราะเทคโนโลยีมาทดแทน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดังนั้น พรรคปชป.จึงมีแนวทางแก้ไขในปัญหาความเหลื่อมล้ำ 7 ประการ ได้แก่ 1. รัฐบาลต้องมีเป้าหมายในการกระจายรายได้ให้เป็นสิ่งสำคัญ ความเหลื่อมหล้ำที่เห็นได้ชัดจากรัฐบาล คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เม็ดเงินไม่ได้หมุนเวียนในชุมชน ดังนั้นต่อไปหากรัฐบาลจะทำโครงการเช่นนี้ จะต้องมีการประเมินโครงการก่อน 2. ต้องจัดสรรทรัพยากรของชาติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ 3. จัดการปัญหาการผูกขาดระหว่างภาครัฐและเอกชนในโครงการต่างๆ 4. มีระบบสวัสดิการที่เป็นแนวคิดช่วยเหลือเกษตรกร เช่น โครงการประกันรายได้ ที่จะทำให้เกษตรกรไม่ขาดทุน 5. บริการพื้นฐานด้านสาธารณสุข และการศึกษา ต้องมีความเป็นธรรมมากขึ้น 6. ระบบสวัสดิการจะไม่มีประโยชน์ถ้าการพัฒนาระบบภาษีนังถดถอย เราต้องปรับระบบภาษี ให้คนที่มีกำลังจ่าย ต้องจ่ายมากขึ้น และ 7. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยที่การเมืองจะต้องไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอีกต่อไป

บรรยากาศบนเวที ขณะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรคประชาธิปัตย์ กำลังพูด

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายคนพยายามบอกให้เชื่อว่า คนไทยจนเพราะโง่หรือขี้เกียจ จากการลงพื้นที่ทำให้พบว่าคนทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ยังจนเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเดินหน้าเกินกว่าจะแก้ไขปัญหาเชิงประเด็นแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างที่อยุติธรรมทำให้ไทยก้าวหน้าไม่ได้ เกิดจากกลุ่มทุนผูกขาติมาช้านาน กลายเป็นพันธมิตรที่ผูกขาดทางการเมือง ผมเห็นด้วยกับทุกท่านเรื่องนโยบายแก้เหลื่อมล้ำต่างๆ แต่เราเดินทางมาถึงจุดที่ถ้าไม่แก้ปัญหาโครงสร้างเหล่านี้ เราแก้ไขไม่ได้เลย เราตั้งพรรคมาเพื่อรวมตัวประชาชนที่จะไปต่อรองกับคนกลุ่มน้อยนิดที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาประเทศ เราต้องดึงผลประโยชน์ ดึงอำนาจทางการเมืองมากระจายสู่ประชาชนในประเทศ

รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำในไทยนับวันยิ่งทวีความรุนแรง สาเหตุมาจากระบบอุปถัมภ์ การเล่นพรรคพวก กลุ่มผู้นำในสังคมซึ่งเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ผมเรียกว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีพลัง สามารถกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองและเครือข่ายได้ ที่ผ่านมาคนกลุ่มเล็กที่มีพลังมักได้รับประโยชน์และโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ โดยหลักการของพรรค เราเห็นถึงความสำคัญในการช่วยประชาชนลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ปลดล็อกกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคของประชาชน เรามีมาตรการดูแลสังคมซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ อาทิ เกษตรกร ช่วงต้นจะช่วงพยุงราคา ส่วนระยะยาวจะช่วยอย่างเข้มแข็ง นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ทางการเกษตรเชิงแม่นยำ ให้ตลาดโลกเป็นของคนไทย มั่นใจว่าทำได้แน่นอน นอกจากนี้ต้องให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเรามีกองทุนให้สตาร์ตอัพได้เริ่มต้น

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย วันนี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้เป็นปัญหาแค่เรื่องเงินทอง พรรคมองว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สำคัญที่สุดและเป็นสาเหตุของการแก้คือ โอกาสในการเข้ารับการศึกษาที่เท่าเทียม โอกาสในการประกอบอาชีพที่ถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย โอกาสในการใช้ชีวิตสุขสบาย ได้รับบริการทางสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยมี 3 แนวทางสำหรับการแก้ปัญหาคือ 1.ปรับแนวคิดของภาครัฐ อย่ามองเฉพาะตัวเมือง 2.กระจายอำนาจไปสู่ต่างจังหวัด และ 3.หน่วยงานราชการต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของตัวเองให้ได้ก่อน หลักใหญ่คือเราต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้ประชาชนในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรคประชาธิปัตย์ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เรามีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เวลาพูดถึงมักจะมองคนเพียงสองกลุ่มคือผู้มีรายได้น้อยหรือคนจน และผู้อยู่บนยอดปิรามิด คนยากจนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยการผลิตหลายอย่าง รวมทั้งฝนฟ้าทางธรรมชาติ หลายรัฐบาลไม่ได้ลงทุนเพื่อการเกษตรอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องน้ำ พรรคมีความเห็นว่า การลงทุนเรื่องการพัฒนาลุ่มน้ำทั้ง 25 แห่งของประเทศเพื่อทำการเกษตรอย่างพอเพียง รัฐบาลจำเป็นต้องลงทุน แม้เป็นเงินมหาศาลก็ตาม นอกจากนี้ยังมีเรื่องคุณภาพชีวิต โดยน้อมนำแนวคิดการปรับปรุงดินของในหลวง ร.9 มาใช้ พร้อมส่งเสริมการทำสมาร์ทฟาร์มมิง สามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรที่มีราคาแพง สร้างรายได้เพิ่ม

ศ.พิเศษ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า หากพรรคเป็นรัฐบาล เรื่องนี้จะเป็นวาระสำคัญ เราต้องคิดว่าใครจะเป็นนายกฯที่ไว้ใจได้มากที่สุดในการทำเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาค มีแผนและความคิดที่ชัดเจน หรือหากได้เข้าร่วมรัฐบาลจะเสนอว่าจะต้องลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขความยากจน ประชาชนรู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี รู้สึกลำบาก อันเนื่องมาจากหลายๆ สาเหตุ รวมถึงเรากำลังจะเปลี่ยนยุคสมัยการพัฒนาและอื่นๆ ทั้งนี้ ต้องพัฒนาภาคเกษตรเป็นหลัก เน้นที่ครอบครัว ชุมชน ทำเกษตรแบบมีแผนการ มีผลิตผลที่ได้ราคาดีเป็นพิเศษ ตลอดจนเน้นภาคการท่องเที่ยวชุมชน สามารถทำรายได้ไปถึงภาคเกษตร เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หน.พรรคชาติพัฒนา (คนพูด)

นายอนุกูล แพรไพศาล ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ พรรคมองปัญหาความเหลื่อมล้ำเนื่องจากสถาบันการเมือหรือพรรคการเมืองเกิดการผูกขาด หากพรรคการเมืองเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่พรรคของกลุ่มทุน หรือมีการคอร์รัปชั่นต่อนโยบาย เห็นด้วยว่าปัจจุบันคนจนจนมากขึ้น คนรวยจะรวยที่สุด ความเหลื่อมล้ำต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ พรรคเสรีรวมไทยเห็นว่าระบบผูกขาดไม่ควรเกิดขึ้นในเมืองไทยมากยิ่งขึ้น สังคมที่ไม่ควรเกิดความเป็นธรรมหรือเพิ่มมากขึ้น

นายนภดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องดูแลพี่น้องที่มีรายได้น้อย เรามีนโยบานสร้างรายได้ สร้างโอกาส สร้างอนาคต โดยเฉพาะเรื่องเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญ ชาวนาต้องขายข้าวได้ไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 1 หมื่นบาท ต้องใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ทั้งโดรนและเอไอ สอนให้คนไทยเป็นเจ้านายหุ่นยนต์ อย่างไรก็ตาม พรรคมีนโยบายป่าพารวย ปลูกป่าด้วยไม้มีค่า จ้างประชาชนในพื้นที่ดูแลรักษา รวมถึงเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้มากขึ้น ต้องปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 350 บาทต่อวัน นอกจากนี้เรื่องการท่องเที่ยว เรายังเห็นว่าเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงต้องนำมาปัดฝุ่น ที่สำคัญคือการศึกษาคือยาขนานวิเศษ พัฒนาคุณภาพของโรงเรียน การใช้เงินห้าแสนล้านบาทไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ตลอดจนต้องสร้างเด็กของศตวรรษที่ 21 เด็กต้องคิดเป็น ลดการเรียนในห้องเรียนลง และโครงการ กยศ.ต้องปรับโครงสร้างหนี้

รศ.ดร.ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ รองอธิบดีฝ่ายพัฒนากิจการเพื่อสังคม กล่าวเปิด
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย (คนซ้าย) นายวราวุธ ศิลปอาชา ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา (คนขวา)
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ และ รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หน.พรรคไทยรักษาชาติ
ผู้บริหาร มศว และ ผู้บริหารเครือมติชน
ผู้เข้าร่วมฟังเสวนา เต็มพื้นที่ห้องประชุม