เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ห้องออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีข้อเสนอการปรองดอง ด้วยการออกกฎหมายรอการกำหนดโทษ ของนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ในความคิดของตนมองในแง่บวก เราต้องเข้าใจว่าเรื่องการปรองดองเป็นปัญหาของชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อาจหาวิธีการที่น่าจะทำให้ประเทศชาติสงบสุขเรียบร้อยของประเทศได้ ตนก็รับฟัง แต่มันยังเป็นเพียงกรอบแนวคิดเพราะยังไม่ถึงขั้นออกเป็น พ.ร.บ.ปรองดอง ตนอยากให้ฟังไปก่อนว่าจะมีเรื่องราวอย่างไร มีขอบเขต พ.ร.บ.ปรองดองออกมาครอบคลุมขนาดไหน ใครบ้างที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง และใครได้รับการยกเว้นบ้าง เมื่อออกมาแล้วมันจะออกมาเองว่าเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ตนคิดตรงๆ แบบนี้
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่า สปท.คิดด้วยความตั้งใจดี แต่ท้ายสุดแล้วสิ่งที่บุคคลออกมาคัดค้าน ต้องเคารพ สปท.เหมือนกัน เพราะทุกวันนี้คนที่เสนอแนวทางปรองดองยังเสนอไม่สุดว่าจะทำอย่างไร แต่กลุ่มการเมืองที่ค้านหลายเสียง เขามีสิทธิที่จะคิดเพราะว่าอาจจะจินตนาการว่าการตีความในชั้นต้นอาจเป็นแบบนั้น สะท้อนให้เห็นว่าคนที่คิดแบบนี้ ต้องนำมาทบทวนหรือไม่ รอฟัง สปท. ก่อน อย่าเพิ่งไปบอกว่าดีหรือไม่ดี เพราะตนก็ยังไม่เห็น พ.ร.บ.ปรองดองเลย ทุกคนหวังดีกับประเทศชาติ เราควรเปิดโอกาสให้เขาทำสิ่งเหล่านี้ออกมา แต่ท้ายสุดแล้วถ้าทำพ.ร.บ.ปรองดองออกมาใช้แล้วเกิดความเสียหาย ก็จะหยุดไปเอง แต่ ณ วันนี้ยังไม่สุดก็เปิดโอกาสให้คนที่อยากแสดงความเห็นอกเห็นใจในการแก้ปัญหาบ้านเมืองได้แสดงได้เต็มที่ ส่วนจะทำการปรองดองให้จบในรัฐบาลนี้หรือไม่นั้น ตนไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้

