หน้าแรก การเมือง ภท.เปิดตัวผู้...

ภท.เปิดตัวผู้สมัครยิ่งใหญ่ “อนุทิน”ลั่นขอเป็นศัตรูความยากจน ยก“บุรีรัมย์โมเดล”พัฒนาประเทศ

17.01.19 | 17:52 น.

“อนุทิน”ประกาศ​ “ภูมิใจไทย” ขอเป็นศัตรูกับความยากจน ยก “บุรีรัมย์โมเดล” พัฒนาทั้งประเทศ ลั่น​ ยืนอยู่ข้างปชช.ตลอดไป​ ด้าน​ “ชัย​ ชิดชอบ” ดอดมอบผ้าขาวม้า​ ขอนำชัยมาสู่พรรค

เมื่อเวลา​ 16.00​ น.​ วันที่​ 17​ มกราคม​ ที่สนามช้าง​ อินเตอร์​เนชั่นแนล​ เซอร์กิต​ จ.บุรีรัมย์​ พรรคภูมิใจไทยได้จัดงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 350 เขต รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร​ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 รายชื่อ และนโยบายพรรค โดยมีประชาชน 30,000 คน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง​ ทั้งนี้​ นายชัย​ ชิดชอบ​ อดีตประธานรัฐสภา​และอดีตส.ส.บุรีรัมย์​ ได้เดินทางมาร่วมงาน​ พร้อมมอบผ้าขาวม้าให้แก่นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ หัวหน้าพรรคภูมิใจ​ไทย​(ภท.)​ เพื่อเป็นสัญลักษณ์​ของการนำชัยชนะมาสู่พรรคภท.​

นายอนุทิน​ กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคภท.ต่อประชาชนตอนหนึ่งว่า ก่อนมาที่นี่มีคนถามทำไมต้องมาเปิดเวทีใหญ่ทั้งนโยบายและผู้สมัครทั่วประเทศที่จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคำตอบง่ายๆ เพราะพรรคมีความผูกพันแน่นแฟ้นกับจ.บุรีรัมย์ เนื่องจากพรรคได้รวมตัวที่จ.บุรีรัมย์ และเดินหน้าทำการเมืองด้วยกัน ภายใต้ชื่อ “ภูมิใจไทย” ทั้งนี้ จ.บุรีรัมย์ เปรียบเสมือนบ้านตน เพราะเป็นบ้านของคนที่ตนนับถือเป็นแบบอย่างในการรักแผ่นดินเกิด รักประชาชน คือ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งมีเมตตา อดทน เหมือนพ่อแท้ๆ ส่วนตัวได้มาขอเป็นลูกคนที่3 โดยก็รับเป็นลูก แต่ไม่รู้รักใครมากกว่า

“ผมมีความรักพี่ชายสุดหัวใจ คือ พี่เนวิน ชิดชอบ แม้หลายคนสงสัยคบกันมาได้อย่างไร 10 กว่าปี เพราะเปรียบเหมือนพี่ชาย เป็นครูคอยชี้แนะ และบอกผมทุกวันว่าหากทำงานการเมือง ให้รักประชาชนมากกว่ารักตัวเอง ดังนั้น จ.บุรีรัมย์ จึงเป็นเหมือนบ้านผม บ้านเกิดพ่อ บ้านเกิดพี่ชาย และทำไมต้องมาที่บุรีรัมย์”นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า​ จ.บุรีรัมย์มีความเจริญเติบโตมาก เป็นเมืองที่นักลงทุน นักท่องเที่ยวทั่วโลก มาเยือนปีละ 3 ล้านคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้พรรคจะใช้ บุรีรัมย์โมเดล ไปสร้างความเจริญให้กับคนทั้งประเทศ และพัฒนาประชาชนให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมมูลค่าทรัพย์สิน

Advertisement

“พรรคจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้นไม่พอ แต่ต้องมีความสุข และทำให้บ้านเมืองไม่มีความแตกแยก ขัดแย้ง จะทำให้ได้ทั่วทั้งประเทศ จะได้เมืองไทยงดงามน่าอยู่กลับคืนมา ถ้าเลือกคนพรรคเป็นผู้แทนของประชาชน เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ สิ่งที่พูดไปทั้งหมดจะเกิดขึ้นทุกพื้นที่ เหมือนเช่นเดียวกับจ.บุรีรัมย์ และผู้สมัครพรรคมีความพร้อมที่เข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้อง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข หลุดพ้นความทุกข์ ถือเป็นหลักการของพรรคต้องทำ”หัวหน้าพรรคภท. กล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า​ พรรคมี 4 แนวทางหลักสำคัญเพื่อทำงานให้บ้านเมือง คือ 1.แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศ วันนี้พรรคประกาศเจตนารมณ์ “จะลดอำนาจ เพื่อปากท้องพี่น้องประชาชน” โดยพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องเป็นสิ่งแรก เพราะเข้าใจความต้องการประชาชน รวมถึงผู้สมัครทุกคนต้องตั้งใจทำงานเรื่องนี้ ต้องมีจุดหมายเดียวกัน หากคนใดไม่ทำ ก็ไม่มีโอกาสได้ใส่เสื้อภูมิใจไทย

2.ไม่สร้างความขัดแย้ง เพราะถือเป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้า และทำให้ความสมานฉันท์ไม่มี ฉุดกระชากไม่ให้ประเทศเดินหน้า ทำให้ไม่มีกินมีใช้ พรรคจะทำให้ความขัดแย้งหมดไปจากประเทศ 3.ผู้สมัครมีความรู้ความสามารถ เพราะพรรคมีการคัดสรร เลือกคนดี คนทำงานเก่ง คนทำงานเป็น มารับใช้ประชาชนเพื่อให้ตัดสินใจ

และ 4.พรรคเคารพกติกา และเลือกข้างมานานแล้ว โดยเลือกอยู่กับประชาชน และพรรคไม่เคยเป็นตัวแทนใครหรือกลุ่มอำนาจใดนอกจากประชาชน และเลือกอยู่ข้างประเทศไทย โดยมีประชาชนเป็นผู้บังคับบัญชาพรรค และพรรคจะฟังคำสั่งจากประชาชนเท่านั้น และพรรคจะอยู่อย่างนี้ตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง

“ผมขอฝากพรรคไว้ในหัวใจ ให้โอกาสได้เข้าไปรับใช้ และขอพลังจากประชาชนให้พวกมีความกล้าหาญเข้าไปทำลายขีดข้อจำกัด ถ้าเลือกพรรคขอประกาศเป็นศัตรูกับความยากจน ซึ่งถือเป็นศัตรูหมายเลข 1 ความเหลื่อมล้ำสังคม และขออาสาประชาชนเข้ามาทำลายทุกข้อจำกัดนี้ เพื่อลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน ปราศรัย ได้สั่งให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคถอดแว่นกันแดดออก รวมถึงขอให้นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ เลขาธิการพรรคเช็คว่าใครยังสวมอยู่ เพราะหากเห็นใครยังสวมแว่นกันแดด​ ก็จะคัดชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครส.ส. พร้อมระบุว่า​ ถ้าประชาชนไม่สวมแว่น และพวกตนเป็นพวกเดียวกันกับประชาชน​ พวกตนก็ต้องไม่สวมแว่นเช่นกัน

ส่วนบรรยากาศรอบเวทีปราศรัย พรรคภูมิใจไทยได้มีการตั้งโต๊ะเพื่อให้ประชาชนที่มาร่วม ได้ลงชื่อสนับสนุนนโยบายต่างๆ โดยพบว่านโยบายที่ประชาชนลงชื่อให้การสนับสนุนเป็นอันดับ 1 คือ​ นโยบายทวงคืนกำไรให้ชาวนาและเกษตรกร อันดับ 2 พักชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นเวลา 5 ปี โดยประชาชนให้เหตุผลว่าทั้ง 2 เรื่อง ถือเป็นเรื่องใกล้ตัว และหากทำได้จริงจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้เป็นอย่างมาก

อนุทิน