สัมภาษณ์พิเศษ : ไชยา สะสมทรัพย์ หนีความขัดแย้งเลือกเดินสายกลาง ประกาศวางมือ ส่งไม้ต่อให้ลูกชาย

หมายเหตุ – นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวัย 66 ปีเปิดบ้านไชยา ริมถนนมาลัยแมน อ.เมืองนครปฐม ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงสถานการณ์การเมืองและการเข้าร่วมพรรคชาติไทยพัฒนา และทรรศนะการเมืองปัจจุบัน

⦁การเลือกตั้งในปี 2562 ตระกูลสะสมทรัพย์วางตัวผู้สมัคร ส.ส.อย่างไร

สะสมทรัพย์ให้พี่ชาย (นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์) เป็นคนดูแลเรื่องนี้ ผมไม่เล่นการเมืองแล้ว สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี แต่เห็นว่าได้ครบแล้ว 5 เขต อย่างที่บอก สุขภาพ ร่างกายไม่ดีเลิกเลย แต่ก็ยังมีการพูดคุยสนทนากันกับพี่ๆ น้องๆ นักการเมืองทุกคน ทุกพรรคเหมือนเดิม มีมาพบบ้าง โทรคุยกันบ้างเสมอๆ ไม่เหงา (หัวเราะ) กับพรรคเพื่อไทยก็คุยกันทุกคน พรรคอื่นก็คุย คุยได้หมด เราไม่ได้เป็นศัตรูใคร ไม่มีความขัดแย้งกับใคร

การเมืองปัจจุบันไม่น่าเล่น กฎหมายเขียนมาดุเดือด (หัวเราะ) นักวิชาการน่ากลัว เป็นที่
กุนซือเขียนกฎหมายจนน่ากลัว ยุ่งเหยิงหมด

⦁สะสมทรัพย์วางแผนเลือกตั้งในรอบนี้อย่างไรบ้าง

ผมไม่ลงเลือกตั้งแล้ว เลิกแล้ว พักผ่อน สุขภาพไม่ดี ให้ลูกชายลงแทนผม ส่วนการสรรหานั้นให้นายเผดิมชัย เป็นคนตัดสินใจเลือกสรรเอา โดยให้น้องชาย (นายอนุชา สะสมทรัพย์) ไปเป็นรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ลองไปคุยกับอนุชาดูบ้างสิเขามีอะไรดีๆ เยอะ ถามเขาบ้าง เห็นว่าส่งครบทั้ง 5 เขต นครปฐมมี ส.ส. 5 คน แต่สะสมทรัพย์เรา 4 คน มีลงแค่ นายเผดิมชัย นายอนุชา และลูกชาย นายภาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ อีก 2 คน ให้นายเผดิมชัยเลือกเอง

⦁ที่ตระกูลสะสมทรัพย์ย้ายมาร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนามีเหตุผลอย่างไร

เหตุผลง่ายๆ เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกัน เราสะสมทรัพย์ไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร ที่เลือกพรรคชาติไทยพัฒนานั้น เพราะชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคขนาดกลาง และอดีตเดิมทีเรามีความสัมพันธ์กับท่านบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค กระทั่งมาถึงรุ่นลูกเราก็ยังมีความสัมพันธ์กัน ติดต่อกัน มีการพูดคุยกันบ่อยๆ ดังนั้น การเลือกพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง การเมือง เราไม่ต้องคิดอะไรลึก ไม่ต้องคิดอะไรมาก การเมืองทำไปตามหน้าที่

⦁หลายฝ่ายมองว่าที่เลือกมาร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนาเพราะเหมือนกับเลือกอยู่ตรงกลาง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ก็อย่างที่บอก เราไม่อยากเห็นความขัดแย้ง เราไม่ได้ต้องการแบบนั้น ที่เลือกพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะเราเห็นอะไรมาเยอะ ทุกวันนี้นักการเมืองบอบช้ำมาก ส่วนนักการเมืองหน้าใหม่ยากที่จะผ่านมาได้ การเมืองบ้านเรายังไปได้ทนๆ หน่อย สักสมัย หรือสองสมัย ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าใน 1 สมัยนั้นกี่ปี เดี๋ยวมันก็เข้าที่เข้าทาง ผมว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ เขาก็ดีทั้ง 2 พรรคนะ ผมพูดคุยได้กับทั้งสองพรรคนั่นแหละ แต่ที่เลือกพรรคชาติไทยพัฒนา ก็อย่างที่บอกขออยู่ตรงกลางดีแล้ว

⦁ความสัมพันธ์กับแกนนำพรรคเพื่อไทยเวลานี้เป็นอย่างไร หลังการเลือกตั้งยังสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่

ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับเรา มากกว่าคำว่าการเมือง จะอย่างไรเราก็ยังคุยกัน ทุกเรื่องไม่มีอะไร จะไปไหนก็ได้ ใครเชิญ ไปแล้วเหมาะสมเราก็ไป

⦁การเมืองใน จ.นครปฐม มองว่าจะมีผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่จากพรรคใหม่เกิดขึ้นได้หรือไม่

หน้าใหม่ยากมาก คนนครปฐมยึดถือเชื่อมั่นคนเก่า คนเก่ามีเรื่องอะไรก็มาหามาพบได้ ขอความช่วยเหลืออะไรได้ มาหาได้ทุกวัน คนใหม่ได้มาแล้วไปหาเขาจะเจอไหม ช่วยอะไรได้หรือเปล่ายังไม่รู้

⦁มองการเมืองและรัฐบาลหลังการเลือกตั้งอย่างไร หากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชารัฐ ชนะเลือกตั้ง

ยังตอบอะไรไม่ได้ตอนนี้ เพราะยังไม่ถึงตรงนั้น

ย้อนอดีต
ตระกูลสะสมทรัพย์เข้ามาเล่นการเมืองระดับประเทศครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2529 โดยมี นายไชยยศ สะสมทรัพย์ มาร่วมการเมืองกับพรรคก้าวหน้า ของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ต่อมาปี พ.ศ.2531-2535 สะสมทรัพย์เริ่มขยับเพิ่มมาเป็น 2 คน มี นายไชยยศ สะสมทรัพย์ กับ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พี่ชายคนโต ในนามพรรคก้าวหน้า ต่อมาพรรคก้าวหน้าเปลี่ยนเป็นพรรคเอกภาพ ในปีพ.ศ.2538 สะสมทรัพย์เข้ามาบริหารพรรคเอกภาพ จนเป็นที่ฮือฮาในยุคนั้น สะสมทรัพย์ได้เพิ่มจำนวน ส.ส.ให้กับตระกูลและพรรคเอกภาพอีก มี นายไชยยศ นายเผดิมชัย และ นายไชยา สะสมทรัพย์กระทั่งปี พ.ศ.2544 สะสมทรัพย์ต้องย้ายพรรคมารวมกับพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ของ นายทักษิณ ชินวัตร โดยมีข้อแม้ว่า “สะสมทรัพย์” ต้องเป็นฝ่ายเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมทั้งหมดเอง โดยมีชื่อนายไชยา สะสมทรัพย์ เป็นห้องเครื่องในยุคนั้น และสะสมทรัพย์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง “ไทยรักไทย นครปฐม ยกจังหวัด” ทำให้ชื่อของนายไชยา สะสมทรัพย์ หรือหัวหน้าอ้อน เป็นที่รู้จักของคอการเมืองไปทั้งประเทศ และให้ฉายา หัวหน้าอ้อน และตระกูลสะสมทรัพย์ว่า “บ้านใหญ่นครปฐม” จากนั้นมา

กระทั่งปี พ.ศ.2548 สะสมทรัพย์พาสมาชิกเข้าสภาได้ 4 คนขาดเขต 1 ให้พรรคชาติไทย และปี พ.ศ.2550 สะสมทรัพย์มาเข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคพลังประชาชน สะสมทรัพย์ก็ยังคงรักษาเก้าอี้ ส.ส.นครปฐม ได้ 4 คนเท่าเดิมเว้นเขต 1 จนมาถึง พ.ศ.2554 ในนามพรรคเพื่อไทย สะสมทรัพย์ก็ยังสามารถคุมฐาน 4 ที่นั่งในสภาให้พรรคเพื่อไทยได้เหมือนเดิม โดยการนำของไชยา สะสมทรัพย์

วันนี้ ไชยา สะสมทรัพย์ หรือหัวหน้าอ้อน “บ้านใหญ่นครปฐม”บอกว่าขอวางมือทางการเมือง แต่ก็ยังส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนลงแทน โดยส่งไม้ต่อให้พี่ชายกับน้องชายคนเล็กขับเคลื่อนในนามพรรคชาติไทยพัฒนา และยังเชื่อว่าคนนครปฐมยังเชื่อมั่นนักการเมืองเก่า และเอาคนเก่าอยู่

บทความก่อนหน้านี้แข้ง ’อาร์แบค’ ประกาศศักดาแชมป์บอลชายกีฬาปัญญาชน น่องนิ่ม ‘บัณฑิตเอเชีย’ ทอง 10 สมัยติด
บทความถัดไปลาวฉลอง 70 ปีสถาปนากองทัพสุดยิ่งใหญ่ สวนสนามเป๊ะ บินโชว์ปัง รถถังเพียบ (คลิป)