“เฉลิม” เย้ย พปชร. ไม่มีทางได้ถึง 150 เสียง ถ้าได้จะยอมให้นักข่าวมายืนด่าหน้าบ้าน 3 ชม. ย้ำ ยังไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตปลูกกัญชา บอกต้องวางมาตรการป้องกันให้รอบก่อน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มกราคม ที่บ้านริมครอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ตนติดตามข่าวแต่ยังไม่ตกผลึกกรณีที่จะอนุญาตให้มีการปลูกกัญชา จากการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนคิดว่า ตนมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่าสนช.ที่อยู่ในสภา เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้สนช.ไม่ควรทำ แต่ควรให้ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้เข้ามาทำ เรื่องจะนำมาเป็นยานั้นไม่ควรนำมาอ้าง เพราะต่อไปจะควบคุมอย่างไร หากวัยรุ่นเอาไปสูบ เอาไปสันทนาการกันจะทำอย่างไร ตนยังไม่เห็นด้วย ขอคัดค้าน เพราะควรให้ตกผลึกในเรื่องของการวางมาตรการควบคุม และป้องกันให้เรียบร้อยก่อน ณ วันนี้รัฐบาลขาดแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ยุทธศาสตร์ 20 ปีก็ไม่ได้เขียนไว้ การที่ตำรวจจับยาเสพติดได้มากแปลว่ามีความหละหลวมตามแนวชายแดน ซึ่งการจะปราบปรามยาเสพติดไม่ใช่แค่การจับอย่างเดียว แต่ต้องสกัดสารตั้งต้นด้วย นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรการลงโทษผู้ค้า และบำบัดผู้เสพด้วย รัฐบาลอาจจะตั้งใจแต่ลืมแผนแม่บททั้งมาสเตอร์แพลน และแอคชั่นแพลน ตนจึงยังไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตปลูกกัญชาเสรี และบางคนก็โหนกระแสโดยไม่มีความเข้าใจ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งตนพอจะได้ข่าวว่าน่าจะมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งไม่เกินวันที่ 23 มกราคม และจะรับสมัครวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ และรับรองผลวันที่ 9 พฤษภาคม วันนี้การเดินสายปราศรัยนโยบายใหม่ยังออกไม่ได้เพราะต้องรอพ.ร.ฎ. บอกได้เพียงว่าเราจะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ นี่คือรูปธรรม นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นไปอย่างที่พูดที่บอกว่าจะปฏิรูปการเมือง เป็นรัฐธรรมนูญที่อัปลักษณ์ที่สุด ให้อำนาจวุฒิสภามาเลือกนายกฯ แถมมีอำนาจ 8 ปี แบบนี้เขียนมาได้อย่างไร นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง วุฒิไม่มีสิทธิเลือกนายกฯ คนที่จะเลือกนายกฯได้ต้องมาจากประชาชน มาจากการเลือกตั้ง ตนดูพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปที่ต่างๆ บอกเลือก พปชร. จะได้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ เรื่องนี้นายกฯเขาปฎิเสธว่าท่านไม่เกี่ยวกับพปชร. ดังนั้น พปชร.ต้องหยุดพูดถึงพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ 4 รับมนตรี ท่านลองลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วไปหาเสียงแบบที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอกอะไรแล้วท่านจะรู้ว่ามันไม่ง่าย วันนี้ตนยังมั่นใจว่า พท. ทษช. อนค. ไต่ระดับ 300 เสียง ใครที่คาดหวังไว้ต้องร้องไห้ แล้วอย่ามาโกรธว่าตนพยากรไว้ พรรคนกหวีดเปิดตัวครั้งแรกบอกจะเอา 70 เสียง แต่เมื่อเช้าไปแพร่ ไปน่านบอกจะไม่เสนอคนในพรรคเป็นนายกฯ เพราะรู้ตัวไงว่าจะได้ไม่ถึง 25 เสียง ส่วนที่พรรคพปชร.บอกว่า จะได้ 150 เสียง ตนจะให้นักข่าวมายืนด่าหน้าบ้าน 3 ชั่วโมงเลย จะไปเอามาจากไหน
เมื่อถามว่า กรณีที่จะชูนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ของพรรคพท. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรคที่จะพิจารณาว่าคนใดเหมาะเป็นเบอร์ 1 2 3 ส่วนตนไม่มีตำแหน่งในพรรค หากผู้ใหญ่ตัดสินใจมาอย่างไรทุกคนก็ต้องยอมรับ
เมื่อถามว่า กระแสพรรคพท. เป็นอย่างไรบ้าง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จากที่ตนลงพื้นที่ 6 จังหวัด ขึ้นปราศรัย 13 เวที คะแนนพท.นำทุกพรรค ส่วนในกทม. พปชร.ไม่ต้องมาท้ารบ เพราะพท.แข่งกับประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคเดียวแค่นั้น พปชร.ปิดจ๊อบไปเถอะ ไม่มีทางได้ถึง 150 ที่นั่ง แต่ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องการโกงเลือกตั้งด้วย ในฐานะที่ตนเป็นผู้อำนาจการการปราบโกงเลือกตั้ง ตนบอกเลยว่า ต้องระวังเพื่อไม่ให้ประวัติศาสต์ซ้ำรอยแบบครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากพ.ร.ฎ.ประกาศแล้ว ตนมีทริปไปเดินสายปราศรัย 10 วัน
เมื่อถามถึงการเก็บบัตรประชาชนในแต่ละพื้นที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับทราบข้อมูลนี้ จึงยังพูดอะไรออกไปมากไม่ได้เพราะต้องให้มีข้อมูลที่แน่ชัดก่อน แต่ในเมื่อนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคปชป. รู้อย่างนี้ ทำไมถึงไม่ไปแจ้งกกต.เลย
“การเลือกตั้งครั้งนี้ผมสะใจหลายเรื่อง สะใจพรรคนกหวีด สะใจพรรคปชป. ชอบไม่ลงเลือกตั้งดีนัก พปชร.ไปเอา สก. ไปเอาสข. ของพรรคเขามาคิดว่าจะได้คะแนนหรือ คนเหล่านั้นได้คะแนนเพราะเป็นคนของพรรคปชป. คนของพรรคพท.ก็ได้คะแนนเพราะว่าเป็นคนของพรรคพท. ทั้งนี้ ผมบอกผู้สมัครทุกคนให้ถ่ายรูปสกอร์บอร์ดเอาไว้ แม้ว่าจะนับที่หน่วยแต่ไว้ใจใครไม่ได้ แต่ก็ห้ามกล่าวร้ายใคร” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

