‘อนาคตใหม่’ เชื่อเหตุกรีดป้ายหาเสียงในบุรีรัมย์ จงใจคุกคาม-ทำให้กลัว ด้านว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ไม่หวั่น
เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ป้ายหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ถูกทำลายเป็นรอยกรีดเฉพาะที่มีรูปใบหน้าของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จำนวน 2 ป้าย ในพื้นที่ ต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 3 โดยว่าที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวคือ ภัทรพงศ์ ศุภักษร อาชีพทนายความ อายุ 36 ปี และได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วนั้น
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าของพื้นที่แจ้งกับตนเองและเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า คนที่ทำลายป้ายดังกล่าวคือลูกชายของเขาเอง เนื่องจากเป็นเด็กซุกซนประกอบกับตัวป้ายมีรูเดิมอยู่แล้วจึงไปขย่มเล่นทำให้รูปเดิมขยายใหญ่ขึ้นเป็นรอยฉีกขาดกว้างกว่าเดิม แต่ส่วนตัวไม่เชื่อข้อมูลเพราะว่าเจ้าของพื้นที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ดูกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เห็นผู้ทำลายป้ายดังกล่าวได้ อีกทั้งความสูงของเด็กก็สูงไม่ถึงรอยกรีดป้ายด้วย ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดอาจเป็นไปได้ว่า เกรงกลัวผู้มีอิทธิพลเพราะพื้นที่การเลือกตั้งเขต 3 จ.บุรีรัมย์ มีความขัดแย้งทางการเมืองสูง มีความดุเดือดเสมอในช่วงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา อีกทั้งจากการทำงานลงพื้นที่ก็พบว่า ตนมีประชาชนให้การตอบรับที่ดีมาก ได้รับการสนับสนุนจากคนในพื้นที่จึงอาจถูกกลั่นแกล้ง
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่า ทีมงานของผมค่อนข้างกลัว แต่ตัวผมไม่หวั่น เพราะตั้งใจมาทำงานด้านนี้อย่างเต็มที่ ต้องการจะมาทำงานการเมืองแบบใหม่ตามเป้าหมายของพรรค อีกทั้งการลงพื้นที่สม่ำเสมอ ประชาชนให้การสนับสนุน ตนจึงมั่นใจว่าจะสามารถปักธงส้ม ธงแห่งประชาธิปไตยของพรรคอนาคตใหม่ในพื้นที่นี้ได้ ตั้งใจอยากเปลี่ยนภาพจำของ ส.ส.ให้เข้าใจและเข้าถึงประชาชนได้ ไม่ใช่วางตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย เจ้าพ่อมาเฟีย ผมมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายจึงอยากนำความรู้ด้านนี้ไปรับใช้พ่อแม่พี่น้อง เพื่อสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริงในประเทศนี้” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.บุรีรัมย์ กล่าว
ด้าน น.ส.อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ปักป้ายประชาสัมพันธ์ของพรรคอนาคตใหม่พรรคจึงยังไม่เกิดเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นเหมือนในพื้นที่ เขต 3 แต่ทั้งนี้คิดว่าหากจะมีเรื่องแบบนี้บ้างในพื้นที่แข่งขันของตนเองก็ไม่มีความกังวลอะไรเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในพื้นที่การเมืองมีการแข่งขันและมีเจ้าถิ่นอิทธิพลสูง แต่ส่วนตัวมองว่า พื้นที่อำเภอสตึกนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้ามีก็เป็นเพียงการกระทำของกองเชียร์มากกว่า อีกทั้งจากการลงพื้นที่พบประชาชนก็ได้เสียงตอบรับที่ดีมาก ตนเป็นเพียงว่าที่ผู้สมัครเพียงพรรคการเมืองเดียวในตอนนี้ที่เข้าไปพูดคุยรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ จึงมั่นใจว่าจะสามารถปักธงประชาธิปไตย เอาชนะผู้สมัครจากพรรคการเมืองเดิมได้อย่างแน่นอน เพราะเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว
“การเลือกตั้ง อบต.ครั้งล่าสุดในพื้นที่ของดิฉันเคยเกิดเหตุการณ์ล้มช้าง ล้มเจ้าถิ่นเดิมของบุรีรัมย์มาแล้ว จึงมั่นใจว่าคนในพื้นที่ไม่ได้เลือกพรรคเพราะความผูกพันหรือความสัมพันธ์ แต่จะเลือกพรรคการเมืองที่ทำเพื่อประชาชน มีหัวใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องอิทธิพลการเมืองท้องถิ่นไม่เคยกลัว แม้เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่มีหัวใจประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ มั่นใจมีประชาชนสนับสนุน เชื่อมั่นในพลังบริสุทธิ์ พลังแห่งคนรุ่นใหม่ จะไม่มีอิทธิพลการเมืองไหนมาทำลายได้” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรมย์ เขต 2 กล่าว


