ศาลปกครองสั่ง ป.ป.ช.เปิดชื่อคนเจ็บ-ตาย คดีสลายม็อบพันธมิตร ให้”อดีตนายกฯสมชาย”

11.05.16 | 20:38 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่นายนพดล เฮงเจริญ ตุลาการเจ้าของสำนวนและตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด และองค์คณะร่วม5 คนมีคำสั่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยข้อมูล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขอตรวจสอบหรือขอทราบรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ-ตาย เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551และรายละเอียดของสถานที่ในแต่ละจุดที่มีผู้บาดเจ็บและตายที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถ นนอู่ทองใน , ถนนพิชัย , ถนนสุโขทัย , บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล , บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และบริเวณใกล้เคียงในท้องที่เขตดุสิตว่า มีจำนวนกี่ราย

คดีนี้นายสมชาย อดีตนายกรัฐมนตรี และจำเลยในคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยื่นฟ้อง คณะกรรมการป.ป.ช. และเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีไม่ให้พยานเอกสาร ที่นายสมชาย ขอตรวจสอบรายชื่อผู้เจ็บ-ตาย รายละเอียดสถานที่แต่ละจุดที่มีผู้บาดเจ็บและตาย ในคดีที่มีการกล่าวหาความผิดทางอาญา กับนายสมชาย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการเปิดทางเพื่อให้มีการประชุมรัฐสภาในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 มีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ไปชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา

โดยศาลปกครองชั้นต้น มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ที่ปฏิเสธไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้นายสมชาย ผู้ฟ้องคดี โดยให้ป.ป.ช.และเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลรายการที่ 10 ที่นายสมชาย ขอตรวจสอบหรือขอทราบ รายชื่อผู้เจ็บ-ตาย รายละเอียดสถานที่แต่ละจุดที่มีผู้เจ็บ-ตาย พร้อมให้รับรองสำเนาภูกต้องแล้วส่งให้นายสมชาย ผู้ฟ้อง ภายใน 30 วันนับแต่วันคดีถึงที่สุด และศาลมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางที่จะให้เป็นไปตามคำพิพากษาด้วยว่า ให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ขอคัดข้อมูลข่าวสาร รายการที่ 10 ดังกล่าวจากอัยการสูงสุด และส่งมอบให้นายสมชาย ผู้ฟ้อง ตามคำพิพากษาต่อไป

ต่อมา ฝ่าย ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้อง ยื่นอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว การที่ ป.ป.ช.ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลับ ที่ ปช 0014/3233 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม2552 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น

ศาลปกครองสูงสุด เห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือการคลังของประเทศ หรือทำให้การบังคับใช้กฎหมายของ ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องที่ 1 เสื่อมประสิทธิภาพ หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือมีกฎหมายคุ้มครองไม่ให้เปิดเผย ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 15 แต่อย่างใด

Advertisement

การที่ ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้กับนายสมชาย ผู้ฟ้อง จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วเป็นเหตุให้ผู้ฟ้อง ได้รับความเสียหายจากการไม่ได้รับทราบข้อมูลตามสิทธิที่พึงจะได้รับ เพื่อนำไปประกอบการทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และเมื่อข้อมูลข่าวสาร ในรายการที่ 10 ซึ่งผู้ฟ้องขอให้เปิดเผย ยังอยู่ในความครอบครองของ ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ศาลจึงมีอำนาจ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 72 วรรคหนึ่ง (3) ที่จะออกคำบังคับให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารกับผู้ฟ้องได้ อุทธรณ์ของป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องฟังไม่ขึ้น

แต่คำพิพากษา ที่ศาลปกครองชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งของ ป.ป.ช.ที่ปฏิเสธ ไม่เปิดเผยข้อมูล ให้กับนายสมชาย ผู้ฟ้อง โดยให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง เปิดเผยข้อมูลพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้กับนายสมชาย ภายใน30 วันนับแต่วันคดีถึงที่สุด โดยมีข้อสังเกตให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ขอคัดข้อมูลจากอัยการสูงสุดและส่งมอบให้นายสมชายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นด้วยบางส่วน

จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของ ป.ป.ช.ที่ปฏิเสธไม่เปิดเผยข้อมูล โดยให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง เปิดเผยข้อมูลพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นายสมชาย ผู้ฟ้อง ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา