คำตอบสุดท้าย พลังประชารัฐ อยู่ที่ความสงบ อยู่ที่รัฐประหาร
ท่ามกลางการเคลื่อนไหว “หาเสียง” ของพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนก็ค่อยๆได้สัมผัสในความชาญฉลาดของแกนนำที่มีส่วนในการรณรงค์หลายท่าน
เริ่มจากที่มีการสรุป “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อ พวกเรา”
ตามมาด้วยคำประกาศอันเฉียบขาดที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน
1 แกนนำท่านหนึ่งระบุว่าหากเลือกพรรคพลังประชารัฐจะไม่ มีเสียงระเบิด ไม่มีการปะทะ บ้านเมืองจะสงบเหมือนกับที่สงบมา แล้วนับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
1 ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสานยืนยันว่า หากไม่อยากเห็นการปฏิวัติรัฐประหารก็ต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ
คำประกาศเหล่านี้มีผลสะเทือนทาง “ความคิด” แน่นอน
ผลที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันทันใดก็คือ กลุ่มหรือพรรคการเมืองใดที่มี ส่วนสัมพันธ์กับการสร้างสถานการณ์อันเท่ากับเป็นการปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับ “รัฐประหาร”
เหมือนกับต้องการชี้เข้าใส่ความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย
แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทยก็ต้องหลบตาวูบวาบ
ยิ่งพรรคพลังธรรมใหม่ พรรคพลังชาติไทย และพรรคประชาชนปฏิรูป ยิ่งต้องทำตัว “ลีบ” อย่างเป็นพิเศษ
เพราะล้วนเป็นคู่กรณีทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าจะก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ในเมื่อพรรคพลังประชารัฐเสนอตัวเข้ามาเล่นบทเป็นกรรม การ แต่คำถามก็คือ พรรคพลังประชารัฐดำรงอยู่ในสถานะแห่งการเป็นกรรมการในทางเป็นจริงมากน้อยเพียงใด
พรรครวมพลังประชาชาติไทยรู้ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยไป ร่วมเป่านกหวีดก็รู้
การแสดงบท “ตาอยู่” ฉวยโอกาสทางการเมืองจึงเด่นชัด
ประชาชนเรียกร้องให้นักการเมืองที่ชาญฉลาดของพรรคพลังประชารัฐได้แสดงท่าทีออกมามากยิ่งกว่านี้
ไม่ว่าในเรื่องของ “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าในเรื่อง “การเลือกตั้ง”
เพราะพลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบรับการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกอย่างก็แจ่มชัด
นั่นคือ คำตอบสุดท้ายของ “ชาวบ้าน” ต่อพรรคพลังประชารัฐ

