ข้อเสนอในลักษณะอันเป็น “บทสรุป” จาก นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ล่าสุด
มากด้วย “ความแหลมคม”
รัฐบาล “พลเรือน” ปฏิรูปที่เด็ดขาด ดีกว่ารัฐบาล”ทหาร”ที่โลเล
เป็นท่าทีในแบบ “นักวิชาการ”
เพราะว่า นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็น “ดุษฎีบัณฑิต”ในทางบริหารรัฐกิจ
มีฐานมาจากความเป็น “รัฐศาสตรบัณฑิต”
เคยทำงานบริหารเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ในสำนักงานข้าราชการพลเรือน(กพ.)
เคยเป็น “เลขาธิการ” พรรคการเมือง
เคยเป็นรัฐมนตรี เคยเป็น “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”อันอยู่ในฐานะประมุขฝ่าย”นิติบัญญัติ”
ผ่าน “ร้อน หนาว” การเมืองมาอย่างยาวนาน
การเปรียบเทียบระหว่าง 1 รัฐบาล”พลเรือน” กับ 1 รัฐบาล”ทหาร”จึงมีความสำคัญ
และมากด้วย “ความแหลมคม”
สำคัญเพราะประสบการณ์แต่ “กาลอดีต” ของ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ สะท้อน 2 ส่วนเข้าด้วยกัน
สะท้อน”วิชาการ” สะท้อน “ความจัดเจน”
เหมาะสมยิ่งที่ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ จะสรุปในฐานะ”อธิการ บดี”มหาวิทยาลัยรังสิต
ขณะเดียวกัน ที่”แหลมคม”เพราะเท่ากับอุปมา อุปมัย
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา สังคมไทยอยู่ภายใต้ รัฐบาล”ทหาร”
อุปมาเมื่อพูดถึงรัฐบาล”ทหาร” ย่อมสะท้อนประสบการณ์ที่พบผ่านและอยู่ภายใต้การปกครองโดย “ทหาร”มาหลายยุค
อุปมัยเมื่อพูดถึงรัฐบาล”พลเรือน”ย่อมสะท้อนประสบการณ์ที่พบผ่านและอยู่ภายใต้การปกครองโดย”พลเรือน”มาหลายยุค
เคยอยู่ร่วมกับรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
เคยอยู่ร่วมกับรัฐบาล นายชวน หลีกภัย และเคยรับรู้กับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
บทสรุปจึง “เฉียบ” บทสรุปจึง”คม”
เหมือนกับบทสรุปของ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็นบทสรุปจากประสบการณ์ของรัฐบาลในอดีต
ประเด็นอยู่ตรงที่คำว่า “เด็ดขาด”
ขณะเดียวกัน ประเด็นยังอยู่ตรงที่คำว่า “โลเล”
ดูเหมือนว่า นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ นำเอารัฐบาล”พลเรือน”ที่เด็ดขาด มาเปรียบเทียบกับรัฐบาล”ทหาร”ที่โลเล
เป็นการเปรียบเทียบขณะที่มีรัฐบาล”ทหาร”
ความเฉียบคมนี้จึงดำเนินไปอย่างละเอียดอ่อน อ่อนไหว

