หน้าแรก การเมือง ตปท.รุมซักกลา...

ตปท.รุมซักกลางวงยูเอ็น ชี้ สิทธิมนุษยชนไทยเสื่อมร้ายแรง ผู้แทนไทย8คนแจงยิบ

12.05.16 | 10:23 น.

ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ขึ้นกล่าวเปิดการนำเสนอรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย (ยูพีอาร์) รอบ 2 ระบุว่า กรณีมีข้อกังวลต่อการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก ข้อจำกัดต่างๆ มีขึ้นเพียงในระดับเท่าที่จำเป็นเพื่อคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของประชาชนและป้องกันการแบ่งขั้วที่จะได้เกิดขึ้น แต่ไม่ได้กระทบกับสาธารณชนส่วนใหญ่ยังคงมีสิทธิและเสรีภาพการแสดงออก ประเด็นท้าทายสำคัญคือการคงไว้ซึ่งความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไม่บั่นทอนการใช้สิทธิเสรีภาพต่างๆ โดยเฉพาะในเมื่อเป็นการกระทำภายใต้เจตนาที่ดี ทั้งนี้ ยืนยันว่าไทยเคารพต่อข้อผูกพันทางประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแรงกล้า และจะไม่ผันแปรไปจากแนวทางดังกล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หลายชาติสมาชิกสหประชาชาติแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม ระบุว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยเสื่อมทรามลงจนถึงระดับน่าวิตก หลังทหารเข้ายึดอำนาจในเดือนพฤษภาคม ปี 2557 ที่ผ่านมา โดยสมาชิกยูเอ็นบางรายรวมทั้งนอร์เวย์และสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้ทหารทบทวนกฎหมายอื้อฉาวทั้งหลายรวมทั้งแสดงความกังวลต่อมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นอกจากนี้ ในถ้อยแถลงสั้นๆ ต่อที่ประชุมตัวแทนของสหรัฐกล่าวว่า ประเทศไทยควรอนุญาตให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองอย่างเต็มที่

ทางด้านยูซีเอนิวส์รายงานว่า มีหลายประเทศที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย ทั้งในเรื่องการปฏิบัติต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์, การใช้อำนาจของศาลทหารอย่างบิดเบือน การปราบปรามการแสดงออกอย่างเสรี ทั้งนี้ ตัวแทนของนิวซีแลนด์ระบุว่า การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของไทยเสื่อมลงอย่างร้ายแรงนับตั้งแต่การรัฐประหาร “เราขอแสดงความกังวลอย่างสูงยิ่งเกี่ยวกับการคุ้มครองและการส่งผลสิทธิเสรีภาพของพลเมือง”

รายงานข่าวระบุว่า มีตัวแทนของกว่า 10 ประเทศ ซึ่งรวมทั้ง เยอรมนี ฟินแลนด์ กรีซ และเนเธอร์แลนด์สะท้อนความกังวลในลักษณะเดียวกันนี้ออกมา และเรียกร้องไทยให้ยกเลิกการก่อกวน, จับกุม และทารุณกรรมต่อผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และการใช้อำนาจศาลทหารอย่างมากมายในการดำเนินคดีต่อพลเรือน “เราแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการเข้มงวด จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคมและการชุมนุมต่างๆ” ตัวแทนของเยอรมนีกล่าว

ยูซีเอนิวส์ระบุว่า ในส่วนของข้อเสนอที่เด่นชัดที่สุดจาก 105 ประเทศที่ขอสิทธิในการกล่าวต่อที่ประชุม โดยใช้เวลาประเทศละ 1 นาที 10 วินาที เพื่อการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนครั้งนี้ ก็คือการเรียกร้องให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต ซึ่งยังคงมีบัญญัติอยู่ และมีนักโทษราว 649 คนที่อาจเผชิญหน้ากับคำพิพากษาให้ประหารชีวิต แม้ว่าจะไม่มีการประหารชีวิตในประเทศไทยมานับตั้งแต่ปี 2552 แล้วก็ตาม ทั้งนี้ไทยยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อพยพและผู้ลี้ภัย โดยหยิบยกกรณีการส่งตัวผู้อพยพชาวอุยกูร์กว่า 100 คนกลับจีนเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงกรณีที่ชาวโรฮีนจา, ชาวปากีสถานที่นับถือคริสต์ศาสนา และผู้ลี้ภัยอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่เป็นเวลานานในศูนย์ควบคุมผู้เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ ผู้แทนไทย 8 คน ได้ขึ้นกล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมยูพีอาร์ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ เรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ศาลทหาร การทรมานและการบังคับสูญหาย แรงงาน สิทธิเด็กสตรีและผู้พิการ โดยนางกาญจนา ภัทรโชค รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและปัญหาเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็น โดยย้ำว่ารัฐบาลเคารพสิทธิของประชาชนแต่ต้องมีข้อจำกัดบางประการเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและการแบ่งแยกในสังคมมากขึ้น ขณะที่มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะมีการบังคับใช้เมื่ออยู่ในสถานการณ์พิเศษและภายใต้ขอบเขตที่จำกัดเท่านั้น ส่วนคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถให้ความช่วยเหลือตำรวจในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อข่มขู่คุกคาม และผู้กระทำผิดก็ถูกดำเนินคดีภายใต้กระบวนการยุติธรรมปกติ

นายชาญเชาวน์กล่าวว่า ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าประเทศไทยยึดมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยได้นำข้อเสนอแนะของประเทศต่างๆ จากการนำเสนอรายงานยูพีอาร์ รอบแรกเมื่อปี 2554 ไปปฏิบัติจนเกิดผลลัพธ์และมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการเข้าเป็นภาคีและการถอนข้อสงวนที่มีต่อตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เช่น การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร สิทธิเด็ก การขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี สิทธิคนพิการ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตราและปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนหลายฉบับที่เกี่ยวกับความเท่าเทียมระหว่างเพศ กองทุนยุติธรรม การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง การคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศผ่านสื่อลามกอนาจาร การต่อต้านการทุจริตและการค้ามนุษย์ ตลอดจนการปฏิรูประบบราชทัณฑ์ อีกทั้งอยู่ระหว่างการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศยิ่งขึ้น

นายชาญเชาวน์กล่าวอีกว่า คณะผู้แทนไทยได้รับฟังข้อเสนอแนะและตอบชี้แจงคำถามจากประเทศต่างๆ รวม 102 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนที่หลากหลาย อาทิ การปราบปรามการค้ามนุษย์ สิทธิแรงงาน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก สตรี คนชรา คนต่างด้าว การบังคับใช้กฎหมายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสรีภาพในการแสดงความเห็นและการชุมนุม สิทธิในการรวมกลุ่ม สิทธิในการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม การจัดการลงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ประเทศต่างๆ ได้แสดงความชื่นชมต่อพัฒนาการของการส่งเสริมสิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ของไทยซึ่งส่งผลเป็นรูปธรรม อาทิ สิทธิของกลุ่มเฉพาะต่างๆ มาตรการต่อต้านการค้ามนุษย์ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ การประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความเท่าเทียมระหว่างเพศ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 การปฏิรูปกฎหมาย และการให้สัตยาบันและการถอนข้อสงวนที่มีต่อตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีข้อห่วงกังวลที่สำคัญ คือ เสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุม การพิจารณาคดีพลเรือนในศาลทหาร การกักตัวตามอำเภอใจ กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติโดยที่ควรให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความเห็นได้อย่างเสรี ซึ่งคณะผู้แทนไทยจะพิจารณาแจ้งให้ที่ประชุมฯทราบถึงข้อเสนอแนะของประเทศต่างๆ ที่ไทยพร้อมตอบรับทันทีในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม และจะนำข้อเสนอแนะอื่นๆ ไปพิจารณาเพิ่มเติมโดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ ไทยสามารถแจ้งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติทราบถึงข้อเสนอแนะที่ตอบรับเพิ่มเติมดังกล่าวได้ก่อนเดือนกันยายน 59 กลไก ยูพีอาร์ เป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่เน้นการส่งเสริมให้แต่ละประเทศสามารถให้ข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชนกับประเทศอื่นๆ อย่างสร้างสรรค์และเท่าเทียม ในลักษณะของเพื่อนแนะนำเพื่อน โดยข้อเสนอแนะต่างๆ ขยายรวมไปถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างทุกภาคส่วนของสังคม และระหว่างประเทศ

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญเชาวน์ และคณะได้พบกับกลุ่มภาคประชาสังคมทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มสิทธิมนุษยชนพื้นเมือง กลุ่มความหลากหลายทางเพศ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล มูลนิธิไทยเพื่อคนที่มีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล ซึ่งเป็นการมานำเสนอความคิดเห็นที่สะท้อนปัญหาของกลุ่มตัวเอง และวิธีการทำงาน ร่วมกันระหว่างภาครัฐและกลุ่มประชาสังคม หลังจากนั้นคณะทำงานได้ประชุมประเด็นผลการนำเสนอรายงานทบทวนสิทธิมนุษยชนหรือยูพีอาร์ ทั้งนี้ ภายหลังจาการประชุมมีหลายประเทศได้เดินเข้ามาซักถามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนนอกรอบกับนายชาญเชาวน์ ซึ่งมีหลายประเด็นก็ได้มีข้อห่วงใย และกังวลสถานการณ์สิทธิในประเทศ และบางประเทศก็บอกว่าเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนายชาญเชาวน์ก็ได้รับฟังข้อเสนอและห่วงใยต่างๆ และพร้อมจะกลับไปรายงานต่อรัฐบาลให้รับทราบ

@ ศาลทหารทำเฉพาะคดีร้ายแรง

พันโทเสนีย์ พรหมวิวัฒน์ หัวหน้าตรวจและร่างกฎหมาย กรมพระธรรมนูญทหาร กระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า การใช้ศาลทหารพิจารณาคดีพลเรือนในไทยจำกัดเฉพาะในคดีล่วงละเมิดร้ายแรง อาทิ การล่วงละเมิดที่เกี่ยวข้องกับอาวุธและเครื่องกระสุนใช้ในการสงคราม การล่วงละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์ การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงภายใน และการกระทำอื่นใดที่เข้าข่ายตามคำสั่งของ คสช.เท่านั้น คดีที่มีสัดส่วนสูงสุดถึง 93% เป็นคดีล่วงละเมิดโดยครอบครองหรือใช้อาวุธ เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดในราชการสงคราม แสดงให้เห็นว่าการใช้ศาลทหารเพื่อไต่สวนการกระทำความผิดของพลเรือนนั้นมีความจำกัดและอยู่บนพื้นฐานของความจำเป็นต่อสถานการณ์ของประเทศอย่างแท้จริง ผู้พิพากษาศาลทหารต้องมีองค์ความรู้และความชำนาญเช่นเดียวกับผู้พิพากษาในศาลพลเรือน และยังได้รับการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนจากหลายหน่วยงานรวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย หลายคดีมีการเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการไต่สวนพิจารณาคดี ซึ่งรวมถึงตัวแทนภาคประชาสังคมและองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ

@ แจ้งที่ประชุม13พ.ค.รับได้กี่ข้อ

นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า หลังการรับฟังข้อเสนอแนะของประเทศต่างๆ แล้ว ไทยจะนำข้อเสนอดังกล่าวมาพิจารณาว่ามีข้อเสนอใดบ้างสามารถให้การสนับสนุนได้ทันที บางข้อเสนอแนะไทยอาจเพียงแต่รับทราบเท่านั้น ทั้งหมดนี้จะแจ้งต่อที่ประชุมยูพีอาร์ในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ว่ามีข้อเสนอแนะกี่ข้อที่ไทยสามารถรับได้ทันที ข้อเสนอเหล่านี้จะเป็นข้อเสนอที่สอดคล้องกับกฎหมายไทยหรือสิ่งที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่ข้อเสนออีกส่วนหนึ่งก็จะมีการนำกลับไปหารือกับรัฐบาลต่อไป เพราะยังมีเวลาที่ไทยจะพิจารณาว่าจะเพิ่มจำนวนข้อเสนอแนะที่เราให้การสนับสนุนได้อีก ก่อนที่จะมีการนำเสนอรายงานสุดท้ายต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ในเดือนกันยายน

นายธานีกล่าวว่า ยูพีอาร์เป็นคณะทำงานภายใต้เอชอาร์ซี การทบทวนรายงานยูพีอาร์ไม่ใช่การแถลงต่อเอชอาร์ซีแต่เป็นการแถลงต่อคณะทำงานยูพีอาร์ ดังนั้น การประชุมในวันที่ 13 พฤษภาคม จึงเป็นการรับรองรายงานของประเทศที่มาร่วมทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เอชอาร์ซีต่อไป เพื่อให้ที่ประชุมเอชอาร์ซีให้การรับรองรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของแต่ละประเทศอีกครั้งหนึ่ง