เมื่อ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองต่างๆ เคลื่อนไหวและหาเสียงได้ บรรยากาศทางการเมืองก็คึกคัก พรรคการเมืองต่างๆ ก็ทยอยโชว์นโยบาย เพื่อหวังเรียกเสียงคะแนนนิยมจากประชาชน
แต่แล้ว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็ติดเบรกพรรคการเมืองบางพรรคว่า การหาเสียง ไม่ใช่การขายฝัน เพราะไม่สามารถทำได้จริง
พร้อมสั่งให้ทุกกระทรวงติดตามนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าในทางปฏิบัติทำได้จริงหรือไม่
หากมีการบิดเบือนนโยบายของรัฐบาล ก็สั่งให้ชี้แจงทันที เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน
สร้างความมึนงงสงสัยให้กับนักการเมืองว่า มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ เพราะรู้กันอยู่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็น 1 ใน 3 ชื่อในบัญชีนายกรัฐมนตรี
เป็นการติติงพรรคการเมืองบางพรรค หรือคอยจับผิดพรรคการเมืองบางพรรค เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่
แต่หากมอง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ที่ออกมาเตือนประชาชนให้รู้เท่าทันนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นความหวังดีด้วยซ้ำไป
เนื่องจากนักการเมือง ถูกมองว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่โกหกเก่งที่สุด
แม้นักการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งได้รับการคาดหวังว่าจะมีศีลธรรมสูงกว่าคนอื่นๆ แต่ที่ผ่านมานักการเมืองบางคนไว้ใจไม่ได้
ชาวบ้านเจ็บช้ำน้ำใจมาเยอะแล้ว ที่ถูกนักการเมืองบางคนโกหก หลอกลวง โดยวันหนึ่งรับปาก อีกวันหนึ่งปฏิเสธ หรือพูดกลับกลอกไปเรื่อย
บางคนพูดโกหกชนิดปั้นน้ำเป็นตัวได้คล่องแคล่ว หน้าตาเป็นธรรมชาติ ไม่มีพิรุธให้สงสัย
ส่วนสาเหตุที่นักการเมืองบางคนชอบพูดโกหก หรือพูดความจริงไม่หมด ก็เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง
บางคนพูดเพื่อให้ตัวเองและพรรคพวกดูดี แต่กลับบิดเบือนให้ฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นคนเลว
หรือโกหกเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง หรือให้ตัวเองพ้นผิด
เป็นการโกหกโดยไม่มีความละอายใจ
ทั้งที่ความละอายใจ หรือ “หิริ” เป็นธรรมพื้นฐานที่มนุษย์ต้องมี เพราะหากไม่มีก็ไม่ต่างกับเดรัจฉาน
นักการเมืองบางคน ชอบทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ
ชอบโกหกแบบหน้าด้านๆ หรือโกหกคำโต เพราะคิดว่าการโกหกมีผลดีมากกว่าผลเสีย
คนเหล่านี้ รู้ทั้งรู้ว่าการโกหกจะทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเองเสียหาย แต่ก็ยังชอบโกหก กลายเป็นนิสัยติดตัว
บางคนไม่ยอมรับความผิดพลาด หรือการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะชอบที่จะให้คนยกย่องมากกว่านินทาหรือกล่าวหา
บางคน แม้จะถูกจับได้ว่าโกหกหรือกระทำผิดจริง ก็จะพยายามหาหนทางเอาตัวรอด ยกเหตุผลแบบข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด หรือโยนความผิดให้คนอื่นแบบหน้าตาเฉย
พฤติกรรมเหมือนคำโบราณที่ว่า “คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว”
บางคนกระทำผิดจริง แต่ก็มีคนปกป้องและแก้ตัวแทนให้
บางคนก็มีคนช่วยเหลือให้พ้นผิด ช่วยฟอกดำให้เป็นขาว
การช่วยเหลือกันก็เพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง
ทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นนักการเมืองชอบโกหก ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงการหาเสียง โชว์นโยบายพรรค ก็จะยิ่งเห็นการโกหก ทั้งยังเห็นการดิสเครดิตอีกฝ่าย และการโยนความผิดกันไปมา
นักการเมืองหน้าใหม่หลายคนก็เริ่มโกหก บางคนยังโกหกเก่งและแนบเนียนกว่านักการเมืองรุ่นเก่า
ประชาชนจึงต้องพยายามรู้ให้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของนักการเมือง
ทรงพร ศรีสุวรรณ

