หน้าแรก การเมือง เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม คิดเล็ก-คิดใหญ่

25.01.19 | 13:00 น.

“คิดเล็ก” คือคิดเรื่องเล็กๆ พัวพันติดอยู่กับเรื่องปลีกย่อย หยุมหยิม มุมมองไม่กว้าง ไม่เห็นภาพใหญ่และขาดมิติ

“คิดใหญ่” ไม่ใช่คิดทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง แต่เป็นการคิดเป็น มองเห็นภาพรวมภาพกว้าง มีมิติ คิดอย่างมียุทธศาสตร์ นำไปสู่การปฏิบัติที่ก่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงหรือก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่ ดังที่ไอน์สไตน์ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

การที่มีคนถามนายกรัฐมนตรีว่า มีแนวทางแก้ไขวิกฤตฝุ่นละอองที่เข้าขั้นอันตรายในกทม.อย่างไร แล้วนายกรัฐมนตรีตอบว่า “ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ ไม่สามารถแก้ธรรมชาติได้” นั้น ใครๆ ที่ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่ง “ผู้นำสูงสุด” ของประเทศก็ตอบได้

ปัดไปให้พ้นตัว !

แต่สำหรับ “คนคิดใหญ่” ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน การเอาชนะธรรมชาติ หรือดัดแปลงธรรมชาติมีความเป็นไปได้มากมาย

Advertisement

เช่น เมื่อมนุษย์เห็นนกบินไปในท้องฟ้ากว้าง คนที่คิดใหญ่จะคิดบิน จากนั้นสามารถสร้าง “เครื่องบิน” ให้มนุษย์รุ่นหลังได้เคลื่อนที่เคลื่อนย้ายเปลี่ยนถิ่นที่อยู่ได้รวดเร็วยิ่งกว่าสัตว์ปีกชนิดใดในโลก

ไม่เพียงแต่เท่านั้น ที่เห็นเวิ้งว้างในท้องฟ้าซึ่งเคยรู้สึกดุจสวรรค์ไกลเกินเอื้อมนั้น คนที่คิดใหญ่ยังสามารถสร้างยานอวกาศส่งขึ้นไปข้ามพ้นเวิ้งสวรรค์สู่ห้วงอวกาศ จนได้เห็นกับตาว่าสิ่งที่เรียกว่า “โลก” นั้น ไม่ได้เป็น 1 เดียวในระบบสุริยจักรวาล

จะเป็นผู้นำคน ต้องคิดเป็น คิดใหญ่ คิดเอาชนะอุปสรรค คิดแก้ปัญหาให้แก่ผู้ที่อยู่ในปกครอง ไม่ใช่ “คิดเล็ก” คิดแต่เรื่องปลีกย่อย หรือเมื่อคิดไม่ออกก็ผลักไสออกไปให้พ้นตัว

ถ้าเชื่อว่า “ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ และไม่สามารถแก้ธรรมชาติได้” ก็นั่งกระดิกเท้า ไม่ต้องคิดไม่ต้องทำอะไร

ถ้าคนรุ่นก่อนไม่คิด ไม่ผลิตรถยนต์ จะไปไหนก็เดินเอา หรือให้วัวควายลากจูงล้อเลื่อนไป ไม่ต้องสร้างเครื่องบิน ไม่ต้องสร้างเรือเดินทะเล หรือเรือดำน้ำ ไม่ทลายข้อจำกัดทั้งหลายที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา มนุษย์วันนี้จะอยู่กันอย่างไร

ถ้าไม่ขวนขวายที่จะรู้ ที่จะเอาชนะ ก็ไม่ต้องเรียนวิทยาศาสตร์เรียนแพทย์ ไม่ต้องเรียนวิศวะ หรือสถาปัตย์ นักคิดนักปรัชญาก็ไม่มีปรากฏ

ไปนอนอยู่ตามชายทุ่ง หรืออยู่ในป่า !?!!