ว่าที่ผู้สมัครหนุ่มใหม่ไฟแรง “พรหม” พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่อายุอานามเพียงแค่ 27 ปี เป็นบุตรชายของ พนิช
วิกิตเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดีกรีปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์และการต่างประเทศ จากคิงส์คอลเลจลอนดอน ปริญญาโทด้านนโยบายพลังงานเเละสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องการเมืองมาตั้งแต่อยู่ที่อังกฤษ และเมื่อครั้งที่ย้ายไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา มีโอกาสได้ทำงานเป็นผู้ช่วย ส.ส.สหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ดูแลด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับที่ได้เรียนมา
พรหมเล่าว่า หลังจากที่ได้ศึกษางานการเมืองอย่างจริงจัง จึงตัดสินใจอาสาที่จะมาทำงานเต็มที่ คุณพ่อสอนเสมอว่าการจะเป็นนักการเมือง จะต้องเป็นคนดี ต้องไม่โกง และผมยึดคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนักการเมืองตัวอย่าง เพราะคุณอภิสิทธิ์เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริต ผมเคยติดตามคุณอภิสิทธิ์ไปประชุมในหลายๆ ครั้ง จะเห็นว่าคุณอภิสิทธิ์มีความรู้ มีความเข้าใจในทุกเรื่อง ผมจึงปลื้มคุณอภิสิทธิ์ที่มีความรู้ลึกในทุกๆ เรื่อง
พรหมเคยสมัครเป็นทหารเกณฑ์ อยู่สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ผลัด 1/60
นอกจากนี้ พรหมยังเคยเป็นอาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาเสรีนิยมโลก (Liberal International) และอดีตนักข่าวหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ
เมื่อเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบายพรรค (ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม) พร้อมด้วยตำแหน่งที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรค และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรNew Dem หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์
และในการเลือกตั้งครั้้งนี้ “พรหม” ลงพื้นที่บึงกุ่ม-คันนายาว ซึ่งเป็นพื้นที่เก่าของพ่อ
“ผมต้องลงพื้นที่อย่างหนัก เพราะต้องยอมรับว่าตอนที่พ่อผมลงเขตนี้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แพ้คู่ต่อสู้ประมาณ 1,000 คะแนน เท่ากับว่าเรายังมีฐานเสียงเดิมอยู่ แต่เราก็ต้องหาคะแนนเพิ่ม โดยทุกวันนี้มีคนรุ่นใหม่ในพื้นที่เข้ามาช่วยกันทำงาน เราต้องไปในทุกที่ เพราะแต่ละชุมชน แต่ละพื้นที่ก็จะมีปัญหาต่างกัน เราจึงต้องเข้าไปรับรู้ปัญหา เพราะพื้นที่ในบึงกุ่มมีความหลากหลาย เดินในชุมชน ก็ได้อีกมุมมอง เดินในหมู่บ้านปิดก็ได้อีกมุมมอง หรือแม้แต่ในตลาดสด กับในห้างสรรพสินค้า ก็จะได้อีกมุมมอง จึงถือเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา”
ส่วนกระแสตอบรับในพื้นที่ ตอนนี้ถือว่าค่อนข้างดี ต้องยอมรับว่าคู่แข่งทำพื้นที่มานาน แต่ประชาชนก็ต้องการที่จะให้มีความเปลี่ยนแปลง เพราะทีมผมเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมด เพราะผมในฐานะคนรุ่นใหม่ ก็ต้องการทีมงานที่ใหม่หมด และผมต้องการที่จะเป็นสะพานเชื่อมไปยังคนรุ่นใหม่ที่ไม่สนใจการเมือง ให้มาสนใจการเมืองมากขึ้น ซึ่งถือว่าขณะนี้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะในพื้นที่หรือกลุ่มนิวเดม ก็ได้รับเสียงตอบรับมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอุดมการณ์ตรงกัน และเราหวังที่จะช่วยกันพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

