การที่เป็นพรรคการเมืองเกิดใหม่ และยังเป็นพรรคที่เกิดขึ้นในใจกลางรัฐบาล ซึ่งมาจากการรัฐประหารนั้น ทำให้ “พรรคพลังประชารัฐ” หรือ “พปชร.” มั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่า จะต้องได้กลับคืนสู่อำนาจ ด้วยการเชิดชูให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเลือกตั้ง
5 ปีมาแล้ว ยังไม่พอ?
“พปชร.” คือการแปลงโฉมให้ดูคล้ายนักการเมืองสายพลเรือน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ถ้าไม่มี “สามมิตร” อย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยากที่ “พปชร.” จะมีอิทธิฤทธิ์
สมศักดิ์ เทพสุทิน ถึงได้กล้าที่จะพูดว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”
นั่นเป็นเหตุให้เด็กๆ ที่พรรษาการเมืองยังละอ่อนรีบด่วนคุยโวว่า “พปชร.” จะกวาด 350 ที่นั่ง
ความหมายนั้นอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า “250 ส.ว.” ที่มาจากการ “ลากตั้ง” จะไม่ประพฤติตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง
แต่ด้วยความไม่แน่ใจในการศึกครั้งนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐจึงได้ส่งเสียงแปลกๆ ที่สนามกีฬา อบจ.นครพนมกับคนอีสานว่า
“ถ้าไม่มี พรรคพลังประชารัฐ มาเป็นทางเลือกกับประชาชน ก็จะย้อนกลับไปให้ทหารออกมาปฏิวัติอีกแน่นอน”
ไม่มีอะไรซับซ้อนต้องแปลความ ถ้าไม่อยากให้ทหารก่อการปฏิวัติรัฐประหารอีกก็ต้องเลือก “พรรคพลังประชารัฐ”
อหังการมาก ที่พูดถึงการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศราวคำประกาศปล้นบ้านกันอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา กลางแจ้ง โจ๋งครึ่ม
ทั้งที่การล้มล้างรัฐบาล ล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นกบฏ!
มีความเป็นไปได้ทีเดียวว่า ผลเลือกตั้งอาจจะออกมาอย่างที่ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เคยวิเคราะห์
“พปชร.พูดได้ว่ามาเป็นที่ 1 แต่ในความเป็นจริงคงยาก อาจได้แค่ที่ 4 ที่ 5”
เช่นนี้ก็เกิดคำถาม
หรือว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นแค่ “บทละคร” ตบตาชาวโลก
แล้วถ้า “พปชร.” แพ้เลือกตั้งจริงๆ ทหารจะปฏิวัติหรือ
ใครจะทำเพื่อคุณ
ก็ให้มันรู้ไปว่า อีกหลายคนหลายพรรคที่ลงสมัครสู้ศึกเลือกตั้งภายใต้ “รัฐธรรมนูญที่ดีไซน์มาเพื่อพวกคุณ” จะยอมจำนนกันถ้วนหน้ากับการรัฐประหารอีกครั้ง!?!!!

