ไม่ว่าการตัดสินใจ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าการตัดสินใจของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าจะขานรับข้อเสนอจากพรรคพลังประชารัฐในการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่
คือ ความแจ่มชัด
ความแจ่มชัดในการรับ ความแจ่มชัดในการปฏิเสธ จะทำให้ล็อกทางการเมืองคลี่คลายลง
หากรับก็เท่ากับยินดีต่อการสืบต่อ “อำนาจ”
หากรับก็เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า “คสช.” กับ “พรรคพลังประชารัฐ” มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
นั่นก็คือ พรรคพลังประชารัฐเป็นเครื่องมือของ คสช.
1 สืบทอดกระบวนการรัฐประหาร 1 สืบทอดกระบวนการบริหารจัดการในแบบรัฐประหารในแบบ คสช.
ความแจ่มชัด ในที่นี้มิได้ครอบคลุมเฉพาะในส่วนของ คสช.และเครือข่ายอย่างด้านเดียว ที่สำคัญก็คือ เท่ากับเป็นโจทย์ทางการเมืองให้กับสังคม
สังคมก็จะมีความแจ่มชัดในการเลือกหนทางและแนวทางของตนเอง
เพราะการเลือกตั้งคือรูปธรรมแห่ง “อำนาจ”
หลังรัฐประหารพลเมืองอาจตกอยู่ใต้อำนาจที่มีปืนบงการ ไม่สามารถแสดงออกซึ่งความไม่เห็นด้วยได้อย่างองอาจ แต่เมื่อถึงวาระแห่งการเลือกตั้ง
1 เสียงคือสิทธิและอยู่ในมือของ 1 คนเท่าเทียมกัน
ไม่เพียงแต่พลเมืองเท่านั้นที่มีสิทธิในการเลือก หากแต่พรรคการเมืองก็จำเป็นต้องมีความแจ่มชัดในการแจ้งต่อประชาชนว่าจะมีทิศทางของตนเป็นอย่างไร
ไปในแนวทางเดียวกันกับ คสช.และพรรคของ คสช. หรือว่าจะไปในแนวทางตรงกันข้าม
ในที่สุดแล้วความชัดอยู่ที่จะ “เอา” หรือ “ไม่เอา” คสช.
ก่อนหน้านี้ พรรคการเมืองบางพรรคอาจใช้วิธีการคลุมเครือในแบบที่เรียกว่า “แทงกั๊ก” แต่พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แจ่มชัด
ก็แทบไม่เหลือให้พรรคการเมืองคลุมเครือหรือ “แทงกั๊ก” ต่อไปได้อีก
ต้องชัดว่าจะเอาหรือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ต้องชัดว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจ

