“อนุทิน” นำทีม “ภูมิใจไทย” ลงพื้นที่ กทม.ครั้งแรก เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ มั่นใจ “ไสว โชติกะสุภา” คว้าชัย ชูนโยบายทำงาน 4 วัน ลดปัญหาจราจร-ฝุ่นละออง ระบุ ไร้ปัญหากติหาเสียง กกต.บอก ตอนนี้หยุดโพสต์เฟซบุ๊กแล้ว เน้นเคาะประตูบ้าน ลั่น นี่คือเวลาของประชาธิปไตย “5 ปีทนมาได้ ต้องมุ่งหน้าสู่อนาคต”
เมื่อเวลา 06.15 น. วันที่ 25 มกราคม ที่สวนธนบุรีรมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค นายไสว โชติกะสุภา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ พรรค ภท. อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และจังหวัดใกล้เคียงของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ, นางสาวสายรุ้ง ปิ่นโมรา, นายจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล, นางสาวเรวดี รัสมิทัต ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชนที่มาออกกำลังกาย โดยตลอดทาง นายอนุทินและคณะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มีประชาชนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปจำนวนมาก นอกจากนี้ ระหว่างทาง นายอนุทินยังได้พบและทักทายกับนายไกรเสริม โตทับเที่ยง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งมาออกกำลังกายและลงพื้นที่พบประชาชนเช่นกัน
นายอนุทินกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทย โดยเหตุผลที่เลือกสวนสาธารณะ เพราะเป็นสถานที่ที่ประชาชนมาออกกำลังกาย เราจะได้สอบถามว่าคน กทม.ต้องการอะไร ซึ่งตนก็เพิ่งทราบว่า แม้พื้นที่สวนจะกว้างใหญ่ แต่ประชาชนยังต้องการวัสดุอุปกรณ์ในการออกกำลังกายมากกว่านี้ บางอย่างขอมาเป็นปีก็ยังไม่ได้ ซึ่งเราจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงเลือกพื้นที่ฝั่งธนบุรีในการลงพื้นที่ กทม.ครั้งแรก นายอนุทินกล่าวว่า ที่ไหนพร้อมเราก็ไปหมด โดยจะทยอยเดินทางไปในแต่ละเขต วันนี้มีความชัดเจนเนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งพรรคก็ยินดีทำตามรัฐธรรมนูญและกติกาทุกประการ เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะได้รับชัยชนะในเขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ นายอนุทินกล่าวว่า ตนมั่นใจในตัวนายไสว เพราะเป็น ส.ก.หลายสมัย ระหว่างเดินวันนี้ประชาชนทักทายนายไสวมากกว่าตนด้วยซ้ำ จึงค่อนข้างมีความมั่นใจ
“สมัยก่อน พรรคภูมิใจไทยเวลาเดินในกรุงเทพฯ ไม่มีใครรู้จัก แต่วันนี้มีคนที่เชื่อมั่นและให้กำลังใจ เราเป็นพรรคที่ตั้งใจทำงาน ไม่ได้มาชิงไหวชิงพริบในทางการเมืองหรือสร้างความขัดแย้ง เที่ยวนี้ขอทำอย่างเดียวคือทำงานเพื่อปากท้อง ไม่ทำอย่างอื่น” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่งในกรุงเทพฯ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนมีศักยภาพทั้งนั้น เราจะทำเต็มที่ พรรคมีนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่คน กทม. โดยเฉพาะเรื่องแกร็บที่ต้องทำให้ถูกกฎหมาย การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่หยุดทำงาน แต่ไม่ต้องเข้าสำนักงาน ให้ทำงานอยู่ที่บ้าน เพราะปัจจุบันผู้คนใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร เรื่องนี้จึงน่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งวันนี้เราให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก ถ้าลดปัญหาจราจรได้ ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันก็จะลดไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อถามว่า หลังจากประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี และขณะนี้วันเลือกตั้งมีความชัดเจนแล้ว พรรคภูมิใจไทยมีอะไรที่ต้องเร่งทำอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมพร้อมมานานแล้ว ทั้งการบริหารจัดการภายในพรรคและรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งวันสมัครจะมีขึ้นในวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ เวลาที่เหลือคือโค้งสุดท้าย ขณะนี้ในบางเขตมีแคนดิเดตมากกว่า 1 คน เขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำไมเขาจึงเหมาะสมที่จะลงสมัคร
เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการหาเสียงให้ชัดเจน เช่น การโพสต์เฟซบุ๊ก นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา ระเบียบต่างๆ เขียนมาชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เราก็ทำตามนั้น ดีที่สุดคือไม่ต้องโพสต์ แต่ลงไปหาชาวบ้าน จะเป็นสิ่งที่มีผลมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ตนเลิกโพสต์แล้ว
“ต้องขยันเดินเคาะทุกประตูบ้าน เอานโยบายของพรรคไปนำเสนอ ไม่ใช่อยู่บ้าน พิมพ์อะไรแล้วเอากล้องมือถือมาถ่ายคลิปตัวเอง แล้วก็มาบอกให้คนเลือกตัวเอง ไม่มีใครเขาเลือกหรอก” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า แต่บางฝ่ายวิจารณ์ว่าบรรยากาศการหาเสียงควรเป็นไปอย่างเสรีมากกว่านี้ นายอนุทินกล่าวว่า แค่นี้ก็ดีแล้ว 5 ปีเราทนมาได้ ตอนนี้ก็หมดแล้ว ดีขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ อย่าไปบ่นอะไรในอดีตเลย เพราะย้อนเวลากลับไปไม่ได้ มองไปข้างหน้าดีกว่าว่าเราจะทำอะไร
“เวลานี้เป็นเวลาของประชาธิปไตย เวลาของการเมือง อะไรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยและการเมืองก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว ปล่อยให้ประชาธิปไตยพาพวกเราไปสู่อนาคต” นายอนุทินกล่าว
จากนั้น นายอนุทินและทีมงานได้ลงพื้นที่ชุมชนคลองรางจาก เขตทุ่งครุ พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาระหว่างการลงพื้นที่ มีชาวบ้านเข้ามาทักทายอย่างต่อเนื่อง โดยนายอนุทินกล่าวว่า ปัญหาปากท้องเป็นปัญหาของชุมชนรางจาก รวมไปถึงคนไทยทุกคน ซึ่งสอดรับกับพรรคภูมิใจไทยที่มองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วน ทั้งนี้ พรรคมีแนวทางแก้ไขไว้แล้ว และเป็นเรื่องที่ทำได้จริง ทำได้เลย เพียงแต่เราขอโอกาสเท่านั้น
ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เสียงที่ได้ยินจากการพบปะประชาชน กทม. คือคน กทม.ต้องการความปลอดภัยมากกว่านี้ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยต้องกลับไปขบคิดเพื่อหาแนวทางมาตอบสนองพี่น้องประชาชน แต่ส่วนตัว เสนอให้บูรณาการเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่การของบมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

