‘สมศักดิ์’ลุยนครปฐมมั่นใจปักธงแน่! ยันพปชร.ไม่ใช่พรรคทหาร ไม่หวั่นถูกเตะตัดขาพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง ‘ธนกร’ชี้ปชช.หนุน’บิ๊กตู่’เหมาะนั่งนายกฯต่อ
เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ศูนย์ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรค ลงพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เปิดศูนย์ของพรรคโดยมีประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมากนอกจากนี้บรรดาว่าที่ผู้สมัครลงเลือกตั้งพรรคพปชร. จ.นครปฐม ทั้ง5เขต ได้เดินทางมาด้วย คือ เขต 1 นายธนกร เชาวนเมธา เขต 2 พ.ต.อ.วีระยศ ชื่นกลิ่นธูปศิริ เขต 3 นายพรศักดิ์ เปี่ยมคล้า เขต 4 นายปฐมพงษ์ สูญจันทร์ และ เขต 5 นายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อมาพบปะว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคว่ามีความคืบหน้าในการลงพื้นที่เป็นอย่างไร แต่ชาวบ้านได้สะท้อนและต้องการให้พรรคพปชร. เดินหน้าแก้ปัญหาในเรื่องข้าว ราคาอ้อย พืชเกษตรต่างๆ ผลักดัน สัตว์เศรษฐกิจ เช่น การเลี้ยงปลาสวยงาม นก ไก่ ทุกอย่างที่เสนอมาอยู่ในแนวทางนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ส่งเสริมให้คนทำธุรกิจ และ มีอาชีพเสริม ในส่วนของจ.นครปฐม ถือได้ว่า เป็นเมืองกระจายสินค้าได้ทุกภาค มีมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง มีวัฒนธรรม และหากบ้านเมืองสงบสุขจังหวัดนครปฐม จะยิ่งดีขึ้นเพราะสามารถผลักดันให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้”พรรคพปชร.ไม่ใช่พรรคทหาร แต่เวลานี้เราได้รวบรวมคนที่มีความสามารถในทุกด้าน อาทิ เกษตร ธุรกิจ มารวมกันเพื่อจะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ผมอยากให้ทุกคนเดินทางสายกลางก้าวข้ามความขัดแย้งเพราะหากบ้านเมืองไม่สงบอีกประเทศจะอยู่ในวังวนเดิม” นายสมศักดิ์กล่าวเมื่อถามว่าพรรคพปชร.จะสามารถปักธงได้ส.ส.ยกจ.นครปฐม หรือไม่
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้สมัครของเราทั้ง 5 เขต ขยันพบปะชาวบ้านแบบเคาะประตูบ้าน ทุกคนทุ่มเท ตนไม่สามารถไปโม้โอ้อวดว่าเราจะเหมายกจังหวัด แต่ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคจะมี ส.ส.ในจ.นครปฐมแน่นอนเมื่อถามว่าการลงพื้นที่เวลานี้มักถูกโจมตี บางครั้งมีการจัดฉากนำวีดีโอ ไม่มีประชาชนเข้าฟังปราศรัย นายสมศักดิ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติ ตนเป็นผู้ไปชี้แจงนโยบายต่างๆในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องถูกโจมตี เตะตัดขา แต่การถูกกระทำแบบนี้ทำให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐดีขึ้น ฝ่ายตรงข้ามจึงเล่นเกมใต้ดิน
“ผมไม่เคยท้อแท้ หรือรู้สึกอะไร ยิ่งทำร้ายเราเท่าไหร่ นั้นคือแรงผลักดันผมจะเดินหน้า ผมไม่เคยกลัว เราเดินมาถูกทาง การเมืองเป็นเรื่องปกติของการป้ายสี มันเกิดขึ้นมาตลอด แต่ผมและพรรคต้องระมัดระวังไม่พลีพลาม เหตุการที่เกิดขึ้นที่จ.มหาสารคาม เราตอบโต้ได้ชัดเจน เรามีหลักฐานที่เป็นวีดีโอ และภาพนิ่ง ประชาชนจึงรู้ว่าเวลานี้ พรรคพลังประชารัฐถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เพราะแนวทางของพรรคชัดเจนเราไม่ต้องการให้ประเทศจมปลักในจุดเดิม” แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

ด้านนายธนกร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสาน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้พรรคพปชร.เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อยู่ในบัญชีผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคด้วยเหตุผล 2 ประการคือ 1.ผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่าตอบแทนอสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ปาล์ม และอีอีซี
และ2.พล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับพรรคการเมืองใด ที่ผ่านมาเรามีสองขั้วการเมืองที่มีปัญหาความขัดแย้งมาโดยตลอด นำมาซึ่งวิกฤติของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์จะโต้แย้งอย่างมีเหตุผลกับหลายๆ กลุ่มตามสถานการณ์มากกว่า
“ทุกอย่างอยู่ที่มติของกรรมการบริหารพรรค แต่ส่วนตัวแล้วผมมองว่าลุงตู่มีความเหมาะสมในทุกด้านที่จะเป็นนายกฯ เป็นอดีตทหารที่รักชาติ รักประชาชนและเทิดทูนสถาบัน ผมจึงอยากให้ลุงตู่เป็นนายกฯ ต่อไป”นายธนกรกล่าว

